Latest / Digital Break Time รวมเรื่องราว Digital Marketing ในทุกแง่มุม / Zero Click คืออะไร? เข้าใจพฤติกรรมการค้นหาแบบไม่คลิก และวิธีทำคอนเทนต์ให้ยังสร้างผลลัพธ์ได้ -DBT253
Transcript
- 0:08คุณอยู่กับดิจิทัลเบรกไทม์พอดแคสต์
- 0:12จะพูดว่าช่วงที่ผ่านมาก็ไม่น่าใช่เพราะว่าจริงจริงมันก็สักพักแล้วล่ะครับที่เราจะสังเกตได้ว่าบางบทความหรือว่าบางคอนเทนต์ของเราเนี่ยมันติดอันดับดีเหมือนเดิมเลยแต่ว่าทราฟฟิกมันลดลง
- 0:24หรือว่าหลายคีย์เวิร์ดของเราที่เราโฟกัสอยู่เนี่ยอิมเพรสชั่นมันเพิ่มขึ้นนะแต่ว่ายอดคลิกหรือว่าพอมาคิดคำนวณซีทีอาร์แล้วเนี่ยมันกลับน้อยลงทั้งที่อันดับมันก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยใช่ไหมครับ
- 0:36ตอนแรกหลายคนก็อาจจะคิดว่ามันเป็นปัญหาของเว็บไซต์หรือว่ามันเป็นที่กูเกิลเขาอัพเดทอัลกอริทึมหรือเปล่าแต่ก็ดันไปพบว่ามันมีอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลกับพฤติกรรมการค้นหานั่นก็คือซีโร่คลิกเสิร์ชครับพูดง่ายง่ายก็คือ
- 0:52คนค้นหาคำตอบแล้วก็จบโดยที่ไม่จำเป็นจะต้องคลิกเข้าเว็บไซต์อีกทีนี้คำถามที่ตามมาก็คือแล้วถ้าคนไม่คลิกเนี่ยเว็บไซต์เราจะอยู่ยังไงล่ะ
- 1:02แต่ว่าก่อนที่เราจะกังวลกันไปมากกว่านี้นะเราลองมาทำความเข้าใจก่อนว่าไอซีโร่คลิกเนี่ยมันคืออะไรและในยุคนี้เนี่ยเราควรจะปรับตัวยังไงในยุคที่เอไอเริ่มเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมการค้นหาของผู้ใช้งานครับซีโร่คิกเสิร์ชเนี่ยจริงจริงแล้วมันก็คือการที่คนค้นหา
- 1:19เราก็ได้รับคำตอบจากหน้าผลการค้นหาเลยโดยที่ไม่จำเป็นจะต้องคลิกเข้าเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่งเนาะเมื่อก่อนเนี่ยเวลาที่เราค้นหาอะไรบนกูเกิลเราก็มักที่จะต้องเลือกกดเข้าไปในเว็บไซต์เพื่อที่จะอ่านข้อมูลเพิ่มเติมแต่ปัจจุบันน่ะครับกูเกิลสามารถแสดงข้อมูลบางส่วนให้เห็นได้ทันที
- 1:38ทำให้หลายครั้งผู้ใช้ได้รับคำตอบที่ต้องการโดยที่ไม่ต้องออกจากหน้าค้นหาหรือหน้าเสิร์ฟเลยและก็นอกจากเอไอโอเวอร์วิวที่ผมพูดมาในอีพีก่อนก่อนแล้วเนี่ยเราก็จะเห็นตัวอย่างที่เห็นได้บ่อยอย่างเช่น
- 1:51ฟีเจอร์สนิปเป็ดอะอันนี้คนที่ทำเอสซีโอจะคุ้นเคยอยู่แล้วเนาะหรือว่าจะเป็นเรื่องของข้อมูลสภาพอากาศอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินที่เราก็น่าจะเคยได้ลองใช้กันบ้างจะเห็นว่าในกรณีที่ผมพูดมาครับกูเกิลเนี่ยเขาพยายามตอบคำถามให้เร็วที่สุดเพื่อที่ให้ผู้ใช้งานเนี่ยจะได้ไม่ต้องเสียเวลาคลิกเนาะ
- 2:11และทีนี้เมื่อเอไอเสิร์ชเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเข้าไปอีกเนี่ยพฤติกรรมแบบซีโร่คิกอะครับมันก็มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นบ่อยกว่าเดิม
- 2:19ทีนี้สิ่งที่หลายหลายคนกังวลอย่างที่ผมบอกไปตอนต้นคลิปก็คือแล้วถ้าคนไม่คลิกเว็บไซต์แล้วเนี่ยคอนเทนต์ที่เราทำหรือว่าเว็บไซต์ของเราเนี่ยยังมีคุณค่าอยู่ไหม
- 2:30คำตอบสำหรับผมนะครับมันก็คือยังมีคุณค่าอยู่นั่นแหละแต่ว่าในเชิงการทำงานเนี่ยวิธีวัดผลมันก็อาจจะไม่เหมือนเดิมเพราะว่าที่ผ่านมาคนทำเอสซีโอเขาก็จะวัดความสำเร็จจากจำนวนคลิกหรือว่าออร์แกนิคทราฟฟิกที่มันเกิดขึ้นเป็นหลักใช่ไหมครับ
- 2:46แต่พอพฤติกรรมการค้นหามันเปลี่ยนไปเนี่ยเคพีไอที่เราใช้ในการวัดผลเนี่ยมันอาจจะต้องเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยนั่นเองนะครับจากเดิมเน้นการสร้างคลิกการสร้างออร์แกนิคทราฟฟิกทีนี้เนี่ยเราอาจจะต้องปรับมุมมองมาเป็นการ
- 3:01โฟกัสที่การสร้างการมองเห็นแล้วก็ความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์มากขึ้นครับลองนึกภาพว่าถ้าเกิดผู้ใช้เนี่ยเขาไม่ได้คลิกเข้าเว็บไซต์ของเราโดยตรงแต่ถ้าเกิดเอไอโอเวอร์วิวหรือว่าเอไอหรือว่ากูเกิลเนี่ยเขาเลือกอ้างอิงข้อมูลจากแบรนด์ของเราอยู่บ่อยบ่อย
- 3:18ทีนี้คนก็จะเริ่มจดจำชื่อแบรนด์ของเราได้เนาะสุดท้ายแล้วเนี่ยเมื่อคนต้องการข้อมูลเชิงลึกหรือว่าต้องการมาซื้อสินค้าซื้อบริการเนี่ยเขาก็อาจจะกลับมาค้นหาชื่อแบรนด์ของเราโดยตรงได้นั่นเองครับ
- 3:31ดังนั้นสิ่งที่เราควรจะโฟกัสหรือว่าควรจะปรับเปลี่ยนมาวัดผลในการทำเอสซีโอหรือว่าการทำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งเนี่ย
- 3:39คิดว่าส่วนตัวนะครับคิดว่าอาจจะต้องไปโฟกัสที่เป็นเรื่องของแบรนด์วิสซิบิลิตี้มากขึ้นก็คือการปรากฏตัวการมองเห็นของแบรนด์รวมถึงเรื่องของการถูกอ้างอิงอ้างอิงในบทความอื่นอื่นเว็บไซต์อื่นอื่นรวมถึงอ้างอิงในเอไอเสิร์ชต่างต่างด้วยครับ
- 3:56นอกจากนี้ก็จะเป็นเรื่องของการวัดผลจากลีดหรือว่าจากคอนเวอร์ชั่นที่มันเกิดขึ้นจากคอนเทนต์นั้นนั้นก็จะทำให้เราสามารถอ่าวัดผลคอนเทนต์ของเราได้แม่นยำขึ้นแล้วก็มีประสิทธิภาพมากขึ้นครับและทีนี้คนทำคอนเทนต์อย่างเราเนี่ยต้องปรับตัวยังไงบ้างล่ะในยุคของซีโร่คิกยุคนี้นะครับ
- 4:14อันดับหนึ่งเลยก็คือเราควรที่จะเลิกคิดแต่เรื่องทราฟิกเป็นหลักครับไอ้ทราฟิกเนี่ยก็ยังเป็นตัวชีวิตที่สำคัญแหละแต่ทีนี้มันก็ไม่ควรจะเป็นตัวชีวิตเดียวเนาะ
- 4:25ลองเปลี่ยนคำถามจากบทความนี้มีคนคลิกกี่คนมีคนดูกี่คนมีอินฟลูเอนเซอร์เท่าไหร่อะไรเงี้ยลองปรับมุมมองแล้วลองคิดว่าคนที่เขาคลิกเข้ามาเนี่ยมีโอกาสกลายเป็นลูกค้าหรือเปล่า
- 4:38เพราะว่าทราฟิกที่มีคุณภาพอาจจะมีแค่หนึ่งร้อยอย่างเงี้ยแต่มันอาจจะสร้างยอดขายได้มากกว่าทราฟิกหนึ่งหมื่นคนที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายด้วยซ้ำเนาะเพราะยังไงสุดท้ายแล้วธุรกิจก็มุ่งหวังที่ยอดขายผลกำไรอะเนาะ
- 4:52อย่างที่สองก็คือจะต้องทำคอนเทนต์ที่มันเข้าใจง่ายขึ้นเข้าใจง่ายในที่นี้หมายความว่าทำให้เอไอเข้าใจง่ายนะครับเพราะว่า
- 5:01ในยุคนี้ในในสถานการณ์ตอนนี้เนี่ยเอไอเนี่ยกลายเป็นตัวกลางในการค้นหาข้อมูลดังนั้นคอนเทนต์ก็ควรจะถูกออกแบบให้ทั้งคนแล้วก็
- 5:10เอไอเข้าใจได้ง่ายขึ้นซึ่งก็เป็นแนวคิดของเออีโอที่ผมเคยเล่าในอีพีก่อนก่อนนั่นเองนะครับแต่โดยแบบสรุปสั้นสั้นน่ะแนวคิดของเออีโอก็คือการทำคอนเทนต์ให้ตอบคำถามได้ตรงประเด็นใช้เฮดดิ้งจัดลำดับข้อมูลอย่างเป็นระบบ
- 5:26มีบุ๊คเล็ตพอยท์ในจุดที่สำคัญแล้วก็ควรจะเพิ่มเอฟเอคิวในสำหรับคำถามที่มันจะถูกถามบ่อยบ่อยสำหรับโปรดักของเราแบรนด์ของเราหรือว่าคอนเทนต์ของเรานั่นเองครับ
- 5:37อย่างที่สามก็คือเรื่องของการทำคอนเทนต์ที่ทำให้เอไอเนี่ยอยากอ้างอิงครับนอกจากจะทำให้เอไอเข้าใจง่ายแล้วเนี่ยข้อมูลจากคอนเทนต์ของเราเนี่ยก็ควรที่จะเป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือแล้วก็ควรค่ากับการที่เอไอเนี่ยจะนำมาอ้างอิงมากขึ้นด้วยครับ
- 5:54แนวทางง่ายง่ายก็คืออย่างเช่นการนำประสบการณ์จริงการนำข้อมูลอ้างอิงหรือว่าการนำความเชี่ยวชาญบางอย่างเนี่ยใส่เข้าไปในคอนเทนต์ของเราด้วยนะครับเพราะว่ายิ่งคอนเทนต์มีมุมมองเฉพาะตัวแบบนี้เนี่ยมันก็ยิ่งดูมีคุณค่ามากขึ้นแล้วก็ทำให้ไอเนี่ยอยากจะนำมาอ้างอิงในการนำเสนอให้กับคนเสิร์ชมากขึ้นครับ
- 6:15อย่างที่สี่ก็คือการสร้างตัวตนของแบรนด์ครับเพราะว่าต่อให้คนเนี่ยเขาไม่ได้คลิกเว็บไซต์เราในครั้งแรกที่เสิร์ชเจอนะแต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าคอนเทนต์เราเนี่ยมันไม่มีผลหรือว่าไม่ได้ส่งผลอะไร
- 6:27ลองนึกภาพว่าถ้าเกิดสมมุติว่าเราค้นหาเรื่องเอิ่มเรื่องเอสซีโอก็ได้หลายหลายครั้งเราก็จะเห็นชื่อแบรนด์บางแบรนด์เนี่ยถูกอ้างอิงอยู่เรื่อยเรื่อยเลย
- 6:37สุดท้ายเวลาที่เราต้องการใช้บริการจริงเนี่ยเราก็มักจะจดจำแบรนด์นั้นได้แล้วก็ค้นหาแบรนด์นั้นโดยตรงใช่ไหมนี่แหละมันก็เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมเราควรจะสร้างแบรนด์สร้างเอ่อแบรนด์อเวนเนสสร้างแบรนด์ออโตริตี้ต่างต่างนะครับในยุคที่เป็นซีโร่คิกแบบนี้
- 6:54อย่างที่ห้าก็คือการทำคอนเทนต์ให้มันลึกกว่าเอไอซัมมารีครับสิ่งที่เอไอสรุปมาให้เราอะครับมันก็มีเนื้อหาประมาณนึงพอสมควรแล้วก็
- 7:03มีใจความที่ชัดเจนแล้วแหละแต่ว่าถ้าเราอยากจะทำให้มันดียิ่งขึ้นเนี่ยก็ควรจะทำคอนเทนต์ให้ลึกมากกว่าที่เอไอจะสามารถสรุปได้นะครับเพราะว่าความรู้ลึกเนี่ยเป็นสิ่งที่เอไอยังเข้ามาแทนเราไม่ได้ในจุดนี้นั่นเองนะครับและบทความของเราเนี่ยควรจะมี
- 7:20อ่าอย่างเช่นเคสตัดดี้มีอินไซด์บางอย่างมีประสบการณ์บางอย่างรวมถึงมีอ่าฮาวทูมีข้อผิดพลาดข้อควรทำไม่ควรทำตรงเนี้ยใส่เข้าไปในคอนเทนต์ของเราด้วยครับเพราะว่าสิ่งนี้เนี่ยเอไออยากจะหยิบขึ้นมานำเสนอ
- 7:37แต่มันก็จะยังมีความน่าสนใจให้คนน่ะอยากจะคลิกไปอ่านต่อด้วยเหมือนกันนะครับพอพูดถึงเรื่องของการปรับตัวไปแล้วเนี่ยผมก็อยากจะแถมอีกนิดนิดหน่อยหน่อยก็คือ
- 7:47คอนเทนต์แบบไหนที่มันจะตอบโจทย์การเป็นซีโร่คลิกมากที่สุดอันนี้จากประสบการณ์ส่วนตัวนะครับเพราะว่าไม่ใช่ทุกคอนเทนต์ที่จะได้รับผลกระทบแล้วก็ไม่ใช่ทุกคอนเทนต์ที่จะมีประสิทธิภาพในยุคซีโร่คลิกแบบนี้นะครับผมจะยกตัวอย่างแบบ
- 8:02เอาจากที่ตัวเองเคยทำมาหรือเห็นมาละกันนะครับ
- 8:06คอนเทนต์ประเภทแรกแรกเนี่ยก็คือคอนเทนต์ที่เป็นเอฟเอคิวเป็นคอนเทนต์ตอบคำถามเป็นเช็คกริสหรือว่าเป็นฮาวทูครับ
- 8:14คอนเทนต์กลุ่มนี้เนี่ยเป็นคอนเทนต์ที่เอไออะอยากจะนำมานำเสนอมากมากเพราะว่ามันเป็นขั้นเป็นตอนเป็นข้อข้อแล้วก็จับใจความได้ง่ายครับคอนเทนต์กลุ่มที่สองก็คือคอนเทนต์ประเภทเอ่อ
- 8:28เดฟิเนชั่นหรือว่าอธิบายคำศัพท์ครับหมายความว่าถ้าเกิดเราทำคอนเทนต์ที่มันมีศัพท์เฉพาะศัพท์เทคนิคบางอย่างเนี่ยพยายามใส่ความหมายของคำศัพท์นั้นนั้นเนี่ยลงไปในคอนเทนต์ของเราด้วยเอไอเนี่ยก็จะมองว่าตรงเนี้ยน่าหยิบมาใช้น่าหยิบมาอ้างอิงนั่นเองนะครับ
- 8:46อีกประเภทต่อมาก็คือคอนเทนต์ประเภทเปรียบเทียบครับเปรียบเทียบระหว่างอ่าอย่างเช่นสมมุตินะดอกเบี้ยของธนาคารหนึ่งกับธนาคารสองอะไรประมาณเนี้ยครับมันจะช่วยให้เอไอเนี่ย
- 8:57เหมือนแบบว่าไม่ต้องไปคอลหาข้อมูลจากหลายหลายแหล่งแต่ว่ามองจากแหล่งใดแหล่งนึงที่น่าเชื่อถือที่สุดแล้วก็นำมาแสดงผลให้ดูนั่นเองครับคอนเทนต์กลุ่มสุดท้ายที่ตอบโจทย์ซีโร่คิดก็คือคอนเทนต์ประเภทเคสสตาร์ตี้
- 9:12รีเสิร์ทที่เป็นแบบออริจินัลของเราแล้วก็การเขียนจากประสบการณ์ตรงครับพวกนี้เนี่ยก็จะมีเรื่องของแฟล็กบวกกับโอพีเนียนแล้วก็บวกกับเอ่อโนฮาวที่เรามีอยู่แล้วเป็นแบบเฉพาะตัวนะครับมันก็จะเป็นคอนเทนต์ที่มีความยูนิคสูงมากแล้วก็
- 9:28เป็นสิ่งที่คนอื่นอาจจะเลียนแบบไม่ได้หรือเอไอเนี่ยอาจจะเลียนแบบไม่ได้ด้วยก็ตามก็เลยเป็นคอนเทนต์ที่น่าสนใจแล้วก็ทำให้เอไอเนี่ยอยากเอามานำเสนอมากขึ้นครับ
- 9:39โดยสรุปทั้งหมดทั้งมวลเลยเนี่ยถ้าเกิดมองในภาพใหญ่แล้วเนี่ยซีโร่คิกก็ไม่ได้ทำให้เอสซีโอเนี่ยหมดความสำคัญไปเลยทีเดียวนะครับแต่ว่ามันกำลังเปลี่ยนวิธีที่คนค้นหาแล้วก็เปลี่ยนวิธีที่เราวัดผลความสำเร็จของคอนเทนต์มากกว่าครับ
- 9:55อย่างที่บอกเลยว่าจากเดิมโฟกัสเรื่องอันดับเรื่องจำนวนคลิกเนี่ยตอนนี้เราอาจจะต้องไปมองถึงเรื่องการถูกอ้างอิงการสร้างความน่าเชื่อถือแล้วก็การสร้างการจดจำของแบรนด์ควบคู่กันไปด้วยนะครับ
- 10:07ทีนี้เนี่ยไม่ว่าคนจะคลิกจากกูเกิลจะค้นหาจากแบรนด์โดยตรงหรือว่าจะเจอผ่านเอไอเสิร์ชต่างต่างเนี่ยไอ้คอนเทนต์ดีดีที่เราทำไปเนี่ยก็ยังสามารถที่จะสร้างคุณค่าแล้วก็สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจให้กับเราได้นั่นเองนะครับ
- 10:23อีพีนี้ก็ประมาณนี้ละกันใครมีคำถามเพิ่มเติมหรือว่ามีเรื่องราวอยากจะแชร์เกี่ยวกับซีโร่คลิกเกี่ยวกับเอไอเสิร์ชหรือว่าเกี่ยวกับเอสซีโอเองก็ตามเนี่ยก็มาคอมเมนต์บอกกันได้นะครับ
- 10:35ก่อนจบอีพีไปก็ฝากกดติดตามดิจิตอลเบรกไทม์ทุกช่องทางไว้ด้วยนะครับจะได้ไม่พลาดคอนเทนต์ดีดีแบบนี้นะครับสำหรับวันนี้ก็สวัสดีครับ