Latest / Digital Break Time รวมเรื่องราว Digital Marketing ในทุกแง่มุม / คนเข้าเว็บไซต์ลดลง เกิดจากอะไร? คนทำคอนเทนต์ควรทำอย่างไร -DBT260
Transcript
- 0:08คุณอยู่กับดิจิตอลเบรกไทม์พอดแคสต์
- 0:12ปัญหาคนเข้าเว็บไซต์ลดลงเนี่ยเรียกได้ว่ามันก็เกิดขึ้นกับหลายหลายเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องเลยครับไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ของผมเองหรือว่าเว็บไซต์ของลูกค้าที่ดูแลอยู่ก็ตามนะครับ
- 0:24และมันก็เกิดได้จากหลายสาเหตุมากมากเลยแหละซึ่งที่ผมเกริ่นมาเนี่ยครับเพราะว่าวันนี้เนี่ยจะมาพูดถึงเรื่องของปัญหาที่คนเข้าเว็บไซต์ลดลงเนี่ยมันเกิดจากอะไรได้บ้างครับแต่สิ่งแรกที่อยากบอกก่อนก็คือถ้าเรารู้ตัวว่าเว็บไซต์เนี่ยมีทราฟฟิกลดลงอย่าเพิ่ง
- 0:42ตีตนไปก่อนไข้ว่าเอสอีโอไม่ดีหรือว่าอะไรใดใดเนาะเพราะว่ามันมีหลายสาเหตุเราลองมาดูไปด้วยกันก่อนดีกว่าว่าสาเหตุที่ทำให้ทราฟฟิกมันหายไปเนี่ยมันเกิดขึ้นจากตรงไหนหรือว่าเพราะอะไรนั่นเองครับ
- 0:56ซึ่งการที่ทราฟฟิกของเว็บไซต์มันลดลงเนี่ยมันก็เกิดได้จากทั้งปัจจัยภายในเว็บไซต์เองหรือว่าการเปลี่ยนแปลงของเสิร์ชเอ็นจิ้นรวมถึงพฤติกรรมของคนที่ค้นหาด้วยครับซึ่งแต่ละสาเหตุเนี่ยก็ใช้วิธีแก้ที่ไม่เหมือนกันเนาะอย่างสาเหตุแรกเนี่ยก็คือเรื่องของเอไอโอเวอร์วิวแล้วก็เอไอเสิร์ชนั่นเองครับ
- 1:16ซึ่งมันเป็นหนึ่งในประเด็นที่พูดถึงกันมากขึ้นในช่วงนี้ก็คือซีโร่คลิกนั่นเองครับหรือก็คือการที่คนค้นหาแล้วได้รับคำตอบจากหน้าค้นหาเลยโดยที่ไม่จำเป็นต้องคลิกเข้าเว็บไซต์ครับตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือกูเกิลที่สามารถแสดง
- 1:33ข้อมูลหรือว่าคำตอบให้เราผ่านเอไอเวอร์วิวแล้วก็สรุปทุกสิ่งทุกอย่างจากหลายแหล่งที่มาเป็นคำตอบให้ได้แบบเสร็จสรรพเลยหรือว่าพวกที่เป็น
- 1:42สภาพอากาศการคิดเลขการคำนวณค่าเงินอะไรอย่างเงี้ยมันทำให้เกิดสถานการณ์ที่ว่าอันดับของเว็บไซต์หรือว่าหน้าของเราเนี่ยยังดีอยู่แต่ว่าทราฟฟิกลดลงยอดคลิกลดลงนั่นเองครับ
- 1:56สองก็คือคนเนี่ยเริ่มค้นหาข้อมูลผ่านเอไอมากขึ้นครับมันก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ต่อเนื่องกันมาก็คือเสิร์ชเจอร์นี่ของคนในยุคนี้เนี่ยเขามีช่องทางที่เพิ่มมากขึ้นครับ
- 2:08บางส่วนไปใช้แชทจีพีทีใช้เจมินายหรือว่าบางส่วนก็ไปใช้โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มต่างต่างในการที่จะเสิร์ชหาข้อมูลอะนะครับ
- 2:18ซึ่งมันก็ไม่ได้แปลว่ากูเกิลเนี่ยจะหายไปหรือว่าเสิร์ชเอ็นจิ้นจะหายไปเนาะแต่มันก็อาจจะแปลได้ว่าคนเนี่ยเขาไม่ได้เริ่มต้นการค้นหาทุกอย่างที่กูเกิลอีกต่อไปแล้วนั่นเอง
- 2:30สามก็คืออันดับคีย์เวิร์ดเนี่ยลดลงครับมันเป็นเรื่องที่คนทำเอสซีโอเนี่ยคุ้นเคยกันดีก็คือถ้าอันดับของคีย์เวิร์ดที่เราโฟกัสหรือคีย์เวิร์ดสำคัญของเราเนี่ยมันตกอันดับไปเนี่ยมันก็มีโอกาสที่จะทำให้ทราเฟคเนี่ยลดลงได้ครับ
- 2:46แต่ว่าเราก็ต้องมาดูกันด้วยว่ามันมีเหตุผลอะไรที่ทำให้อันดับตกไปครับอย่างเช่นมีคู่แข่งรายใหม่เข้ามาไหมหรือว่าเว็บไซต์คู่แข่งที่มีอยู่เดิมเนี่ยเขามีเนื้อหาที่ตอบโจทย์มากกว่าหรือเปล่านะครับ
- 3:00บางครั้งเนี่ยเราไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแต่ว่าคู่แข่งอาจจะทำคอนเทนต์ได้ดีขึ้นหรือว่ากูเกิลเนี่ยเรียกว่าปรับอัลกอริทึมเกี่ยวกับเสิร์ชอินเทนต์ต่างต่างทำให้คีย์เวิร์ดนั้นของเราเนี่ยมันตกไปหรือว่าหน้านั้นของเราเนี่ยมันตกไปครับ
- 3:15สี่ก็คือเทรนการค้นหาเนี่ยมันเปลี่ยนครับมันเป็นอีกกรณีที่เจอได้บ่อยครับก็คือคนไม่ได้ค้นหาคำเดิมมากเท่าเดิมแล้ว
- 3:25คอนเทนต์บางประเภทเนี่ยมันมีอายุหรือว่าขึ้นลงตามกระแสครับอย่างเช่นเทคโนโลยีเนาะช่วงนี้เนี่ยไอโฟนกำลังจะเปิดตัวใหม่ครับไอโฟนรุ่นเก่าก็อาจจะไม่ถูกค้นหาแล้วหรือว่าพวกสินค้าแฟชั่นหรือว่าพฤติกรรมผู้บริโภคอะไรเงี้ยมันเปลี่ยนไปตลอดเนาะเทรนด์ในการค้นหามันก็เปลี่ยนไปด้วยเหมือนกันนั่นเองครับ
- 3:43ห้าก็คือซีซั่นคอนเทนต์เนี่ยถ้ามันหมดช่วงไปแล้วเนี่ยทราฟฟิกมันก็ลดลงได้ครับเช่นคอนเทนต์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวในแต่ละช่วงฤดูหรือว่าการศึกษาภาษีเทศกาลอะไรอย่างเงี้ยครับ
- 3:57มันก็มีโอกาสที่จะทราฟฟิกลดลงได้ในแต่ละช่วงเวลาเนาะแต่เราก็อาจจะต้องดูด้วยว่าแพทเทิร์นในการที่ทราฟฟิกมันลดลงหรือเพิ่มขึ้นเนี่ยมันเป็นแบบนี้ในทุกทุกปีหรือเปล่าถ้าเกิดมันใช่เนี่ยมันก็อาจจะเป็นไปได้ว่าซีซันนอลคอนเทนต์ของเราเนี่ยมัน
- 4:20หกก็คือปัญหาทางเทคนิคของเว็บไซต์ครับบางครั้งเนี่ยปัญหามันอาจจะไม่ได้อยู่ที่คอนเทนต์หรือว่าการทำออนเพจออฟเพจต่างต่างเนาะ
- 4:28แต่มันอาจจะอยู่ที่เว็บไซต์ของเรานั่นแหละตัวอย่างที่ผมเคยเจอมากับตัวก็คือเผลอใส่โนอินเด็กซ์ในหน้าที่มันสำคัญครับแปลว่าอะไรแปลว่ากูเกิลก็จะไม่เอาหน้าเนี้ยไปทำอินเด็กซ์หรือว่าประจัดอันดับนั่นเองครับ
- 4:41หรือว่ามันก็อาจจะมีปัญหาอื่นอื่นเช่นการรีไดเรคจากยูอาร์แอลต่างต่างที่เรามีมากกว่าหนึ่งยูอาร์แอลแล้วรีไดเรคมาที่หน้าหลักอะไรอย่างเงี้ยครับ
- 4:52เราเห็นสาเหตุของมันไปและทีนี้อย่าเพิ่งเริ่มแก้นะเพราะว่าก่อนแก้เนี่ยเดี๋ยวเรามาดูกันก่อนว่าต้องเช็กอะไรเพิ่มอีกครับ
- 5:01เพราะว่ามันมีสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าคนทำคอนเทนต์มักจะพลาดก็คือพอเห็นทราฟิกลดปุ๊บก็รีบทำคอนเทนต์เพิ่มหรือว่าแก้ไขคอนเทนต์ทันทีแต่ว่าถ้าเกิดเรายังไม่รู้ว่าทราฟิกเนี่ยมันหายเพราะอะไรหรือว่าจุดไหนควรจะแก้
- 5:17จริงจริงเนี่ยการทำคอนเทนต์เพิ่มหรือว่าการแก้คอนเทนต์ก็อาจจะไม่ช่วยอะไรเลยเนาะทีนี้เรามาเช็คกันก่อนอันดับแรกก็คือเช็คว่าทราฟฟิกลดลงจากช่องทางไหนครับ
- 5:29ไม่ว่าจะเป็นออร์แกนิคเป็นเอ่อช่องทางเพศมีเดียหรือว่าเรฟเฟอรัลต่างต่างเนาะถ้ามันลดเฉพาะออร์แกนิคเสิร์ชอะครับก็อาจจะต้องลงไปดูเรื่องเอสอีโอเป็นหลักเนาะแล้วก็พฤติกรรมการค้นหาต่างต่าง
- 5:42แต่ถ้าเกิดทราฟิกมันลดลงแทบทุกช่องทางพร้อมกันเนี่ยอันนี้อาจจะต้องมองปัจจัยอื่นร่วมด้วยแล้วนะเช่นเอ่อเว็บไซต์มีปัญหาหรือว่าความต้องการในสินค้าหรือบริการเราลดลงหรือว่าแบรนด์ดิ้งของเราเนี่ยมันมีปัญหาอะไรหรือเปล่า
- 5:59ดูช่องทางไปแล้วต่อไปก็มาดูกันว่าหน้าไหนหรือว่าส่วนไหนที่ทราฟฟิกมันหายครับเพราะว่าบางทีเนี่ยไอ้ทราฟฟิกรวมทั้งเว็บไซต์เนี่ยมันบอกไม่ได้หรอกว่าปัญหาเกิดขึ้นตรงไหนเนาะ
- 6:10เช่นถ้าเกิดเว็บไซต์เรามีบทความอยู่ห้าสิบหน้าประมาณนี้แต่ทราฟฟิกมันลดลงเพราะว่าสิบหน้าหลักที่เคยสร้างทราฟฟิกได้สูงสุดเนี่ยมันตกลง
- 6:20ก็ต้องแก้ที่สิบหน้านั้นก่อนเนาะโดยที่ไม่จำเป็นต้องไล่แก้ทางเว็บไซต์ครับต่อมาก็คือแยกให้ออกว่าทราฟฟิกมันลดลงหรือว่าทราฟฟิกที่มันมีคุณภาพเนี่ยมันลดลง
- 6:33เพราะว่าอย่างที่เคยบอกกันมาตลอดว่าทราฟิกแสนครั้งก็อาจจะไม่ได้มีความหมายมากกว่าทราฟิกหนึ่งหมื่นครั้งหนึ่งพันครั้งที่มันมีคุณภาพจริงจริงนะครับไอ้ทราฟิกหนึ่งพันครั้งหนึ่งหมื่นครั้งเนี้ยมันอาจจะสร้างยอดขายสร้างลีดสร้างคอนเวอร์ชั่นให้เราได้มากกว่าไอ้แสนครั้งที่มีก็ได้ครับ
- 6:53โอเคเข้าใจเรื่องของสาเหตุที่เกิดขึ้นแล้วก็จุดที่เราควรเช็กแล้วเนาะต่อไปเรามาดูกันว่าแล้วถ้าคนเข้าเว็บไซต์ลดลงเนี่ยเราควรทำยังไงดี
- 7:02แต่ก่อนจะไปดูเรื่องของเทคนิคในการทำหรือในการแก้ไขเนี่ยผมอาจจะต้องบอกก่อนว่าจุดนี้เนี่ยเป็นโลกที่เสิร์ชมันเปลี่ยนไปแล้วนะครับ
- 7:12การที่จะทำให้ทราฟฟิกกลับมาเท่าเดิมหรือว่ากลับมาดีเหมือนเดิมด้วยวิธีเดิมเดิมเนี่ยมันอาจจะเรียกว่าทำได้ยากหรืออาจจะทำไม่ได้เนาะดังนั้นเราอาจจะต้องมองให้ลึกกว่านั้น
- 7:25ถ้าเข้าใจตรงกันแล้วเนี่ยเรามาดูกันที่วิธีแรกเลยก็คือหนึ่งทำคอนเทนต์ให้ลึกกว่าเอไอซัมเมอร์รี่ครับเพราะว่าทุกวันนี้เนี่ย
- 7:32เอไอสามารถตอบคำถามที่มันพื้นฐานได้ดีแล้วก็เร็วมากมากทำให้ถ้าเกิดคอนเทนต์ของเรามีข้อมูลที่ใครก็หาได้ใครก็ทำได้เนี่ยมันก็อาจจะไม่ได้สร้างทราฟฟิกหรือว่าสร้างคุณประโยชน์ให้กับเรามากขึ้นนะครับสิ่งที่เราควรทำคือทำให้คอนเทนต์เนี่ยมันน่าสนใจขึ้นเรื่อยเรื่อย
- 7:50ด้วยสิ่งที่เอไอเนี่ยจะสรุปได้ยากครับอย่างเช่นเคสตัดดี้ประสบการณ์เฉพาะหรือว่าข้อมูลเฉพาะที่มีเฉพาะอะแบรนด์เราเท่านั้นอะไรอย่างเงี้ยครับสองก็คืออาจจะต้องปรับมุมมองจากการเปลี่ยนคอนเทนต์ที่เยอะให้เป็นคอนเทนต์ที่มีคุณค่าครับ
- 8:09ในช่วงนึงหรือว่าในช่วงที่ผ่านมาเนี่ยเราอาจจะคุ้นกับการที่รู้สึกว่ายิ่งเว็บไซต์มีคอนเทนต์เยอะก็ยิ่งมีโอกาสที่จะติดคีย์เวิร์ดติดอันดับมากขึ้นแต่ว่าในปัจจุบันเนี่ยผมคิดว่าเรื่องเนี้ยเนี่ยต้องระวังมากขึ้นครับ
- 8:22เพราะว่าการผลิตบทความจำนวนมากหรือคอนเทนต์จำนวนมากเนี่ยไม่ได้แปลว่าจะมีทราฟฟิกมากขึ้นครับ
- 8:29ลองสละเวลาจากการที่เราปั่นคอนเทนต์ออกมาเยอะเยอะเนี่ยลองเปลี่ยนมาโฟกัสกับการทำคอนเทนต์ให้มันมีคุณค่ามากขึ้นตามในข้อหนึ่งที่บอกมาเนี่ยก็อาจจะทำให้เรียกทราฟฟิกได้ดีขึ้นสามก็คือทำคอนเทนต์ที่มีเสิร์ชอินเทนต์ที่มันชัดขึ้นครับ
- 8:47ซึ่งมันก็อาจจะรวมตั้งแต่เรื่องของการทำคีย์เวิร์ดรีเสิร์ชหรือว่าอะไรใดใดก่อนหน้าที่จะทำคอนเทนต์เลยเนาะเพราะว่าเสิร์ชโวลุ่มของบางคีย์เวิร์ดเนี่ยมันเยอะครับ
- 8:58แต่ว่ามันอาจจะไม่มีประโยชน์กับธุรกิจหรือว่าแบรนด์เราขนาดนั้นเนาะลองโฟกัสดูดีดีว่าคีย์เวิร์ดนี้มีเสิร์ชอินเทนต์อะไรแล้วมันตรงกับธุรกิจหรือว่าตรงกับแบรนด์ของเราไหมแล้วค่อยเลือกมาเพื่อทำคอนเทนต์เนาะ
- 9:13สี่ก็คือเป็นการประสานรวมระหว่างเอสอีโอเออีโอแล้วก็เอไอเสิร์ชไปพร้อมพร้อมกันครับ
- 9:20ก็คือเอสอีโอเนี่ยมันยังสำคัญเนาะแต่ว่าเราอาจจะต้องขยายวิธีคิดออกไปให้มากกว่าเดิมก็คือเอสอีโอเนี่ยช่วยให้คนค้นหาแล้วเจอแล้วล่ะ
- 9:29แต่ว่าการที่เราไปโฟกัสเออีโอมากขึ้นเนี่ยก็จะช่วยให้เราโฟกัสกับการจัดโครงสร้างแล้วก็การเขียนเนื้อหาให้มันชัดเจนและก็ตรงประเด็นมากขึ้นครับ
- 9:40ส่วนในเรื่องของการโฟกัสกับเอไอเสิร์ชเนี่ยมันก็จะทำให้เราโฟกัสในการที่จะทำให้เนื้อหาของเราเนี่ยมีความน่าเชื่อถือแล้วก็มีคุณค่ามากพอที่เอไอเนี่ยจะจำไปใช้จะนำไปใช้อ้างอิงห้าก็คือทำคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มอื่นควบคู่กันไปด้วยครับ
- 10:00ซึ่งเป็นเรื่องหลักที่แบรนด์ที่วางคอนเทนต์สตราเจจี้ทั้งหมดไว้บนเว็บไซต์อย่างเดียวเนี่ยควรจะต้องรู้เลยก็คือ
- 10:08ช่วงนี้เนี่ย
- 10:09ทราฟฟิกตกและมันก็อาจจะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยเรื่อยนะครับ
- 10:12เพราะฉะนั้นเราควรที่จะต้องวางกลยุทธ์ในการทำคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มอื่นอื่นควบคู่กันไปด้วยครับ
- 10:18ในหน้าเว็บยังสำคัญแหละเพราะว่ามันเป็นการสร้างฐานคอนเทนต์ระยะยาวเนาะซึ่งในส่วนตัวผมเนี่ยมองว่าหนึ่งคอนเทนต์ที่เราสร้างสรรค์ออกมาเนี่ยไม่ควรจบที่หนึ่งแพลตฟอร์มเนาะเราควรที่จะสปินต่อไปในหลายหลายแพลตฟอร์ม
- 10:33ไม่ว่าจะแตกมาเป็นวีดีโอสั้นเป็นแบบยาวเป็นโซเชียลโพสต์หรือว่าเป็นพอดแคสต์อะไรเงี้ยครับช่วยให้คอนเทนต์หนึ่งชิ้นเนี่ยมันสร้างประโยชน์ให้กับแบรนด์ได้มากกว่าเดิมครับ
- 10:44ทีนี้พูดถึงเรื่องวิธีการแก้ไขวิธีการปรับตัวไปแล้วเนี่ยอาจจะต้องพูดถึงเรื่องของวิธีการวัดผลด้วยนั่นเองครับเพราะว่าพอทราฟฟิกลดลงแล้วเนี่ยเราจะไปวัดผลจากอะไรดีล่ะ
- 10:56เพราะว่าทราฟฟิกเนี่ยมันไม่ใช่ตัวเลขเดียวที่จะบอกคุณค่าของคอนเทนต์เราได้แล้วเนาะผมจะยกตัวอย่างให้ละกันว่าอะไรบ้างที่เราควรจะโฟกัสมากขึ้นหนึ่งก็คือแรงค์กิ้งครับเราสามารถโฟกัสได้ว่า
- 11:09อันดับของเราเนี่ยอยู่ตรงไหนแล้วถึงแม้ว่าทราฟฟิกจะน้อยลงแต่ว่าการมีอันดับที่มันยังดีอยู่เนี่ยก็ช่วยให้เรามีความน่าเชื่อถือมากขึ้นครับ
- 11:18สองก็คือในกลุ่มของพวกเอ็นเกจเมนต์ต่างต่างครับจะเป็นยอดคลิกอ่าหรีดคอนเวอร์ชั่นยอดซื้อขายหรือว่าอะไรประมาณเนี้ยจะช่วยให้เราสามารถวัดผลได้ว่าโอเคทราฟฟิกมันไม่เท่าเดิมแต่ว่าสร้างยอดได้เท่าเดิมไหมก็อาจจะเป็นหนึ่งในเคพีไอที่เราจะต้องมองให้มากขึ้น
- 11:39อีกอย่างนึงก็คือเรื่องของแบรนด์วิซิเบิลิตี้หรือว่าแบรนด์เสิร์ชครับพยายามไปโฟกัสด้วยว่ามีคนเสิร์ชเกี่ยวกับแบรนด์เราแบบตรงตรงไหมครับถ้ามันมากขึ้นเนี่ยก็เป็นข้อดีเนอะเพราะว่าแปลว่าส่วนหนึ่งของคอนเทนต์เราเนี่ยมันสร้างมูลค่าให้กับแบรนด์เรานั่นเองครับ
- 11:56ทีนี้โดยสรุปเลยเนี่ยครับการที่คนเข้าเว็บไซต์ลดลงเนี่ยผมคิดว่าเราเองในฐานะคนทำงานเนี่ยอาจจะต้องเริ่มยอมรับก่อนว่าพฤติกรรมการเสิร์ชหรือว่าโลกของการเสิร์ชเนี่ยมันเปลี่ยนไปหมดละ
- 12:09พฤติกรรมคนเองเครื่องมือเครื่องไม้เองเนี่ยมันก็อาจจะทำให้ทราฟิกเนี่ยมันไม่ได้หวือหวาเท่าเดิมและ
- 12:18พอยอมรับตรงนี้ได้แล้วเนี่ยเราก็ค่อยมาดูกันว่าเนาะมันเกิดขึ้นจากอะไรจากเว็บไซต์เราเองหรือเปล่าจากอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มหรือเปล่าหรือว่าจากเนื้อหาหรือคอนเทนต์ของเราเองหรือเปล่าอะไรอย่างเงี้ยครับ
- 12:32เพราะฉะนั้นทั้งหมดทั้งมวลถ้าวันนี้ตัวเลขคนเข้าเว็บไซต์ลดลงแล้วเนี่ยอย่าเพิ่งตกใจอย่าเพิ่งรีบสรุปด่วนสรุปอะไรไปนะครับเปิดข้อมูลออกมาดูทีละจุดทีละจุดตามที่ผมบอกมาแล้วก็ค่อยค่อยปรับ
- 12:45กลยุทธ์ของเราให้เข้ากับพฤติกรรมของการค้นหาในวันนี้ใครที่มีความคิดเห็นหรือว่าอยากจะสอบถามเรื่องอะไรเพิ่มเติมเนี่ยก็คอมเมนต์บอกกันไว้ได้นะครับแล้วก็ฝากกดติดตามดิจิตอลเบรกไทม์ไว้ด้วยนะครับเจอกันใหม่ในอีพีหน้าสวัสดีครับ