Latest / อิสลามอินไทยแลนด์ IslamInThailand / ตัฟซีรซูเราะฮฺยูนุส 5 (อายะฮฺ 5) | 3/9/67
Transcript
- 0:37อย่างที่เคยอธิบาย ระยะที่หนึ่ง ถึงระยะที่สองของ
- 0:47ที่เริ่มต้นด้วยการพูดถึงจุดยืน ของผู้ประดิษฐาน
- 0:57การพยายามของผู้บริษัททาในการบิดเบือนระเบียงเบน การเรียกร้องและเชิญชวนพวกมันขุดอ่าน
- 1:12ให้มนุษย์ทุกคนเนี่ยได้พินิจพิจารณาไม่ใช่พินิจพิจารณาในตัวคุณอาจเพราะตัวกูอ่านก็ยัง เป็นคัมภีร์หรือเป็นเป็นตัวบทที่ไม่ได้ถูกยอมรับจึงไม่สามารถที่จะเอาสิ่งที่ยังไม่ได้ถูกยอมรับมาเป็นข้ออ้าง
- 1:37ให้ยอมรับฉะนั้นในพุดอ่านจะต้องมีกะๆ และกลวิธี ที่มนุษย์ทุก
- 1:47ต้องยอมรับ และสิ่งที่มนุษย์ยอมรับและไม่ไม่กล้าที่จะปฏิเสธก็คือสิ่งที่สัมผัสได้
- 2:00สิ่งที่สิ่งที่มองเห็นสิ่งที่รู้สึกสิ่งที่สิ่งที่มนุษย์ในสังคมมนุษย์นี่ยอมรับไม่ปฏิเสธ ให้เป็นจุดเริ่มต้น
- 2:13จุดจุดเริ่มต้นในการเชิญชวนให้พินิจพิจารณา เพราะหลังจาก พูด
- 2:26จุดยืนของผู้บริษัทที่คุณอ่านไม่เอา อะไรที่เราไม่เช
- 2:36ถัดมาเลยไม่ได้ตอบโต้ โอ๊ยทําไมไม่เอาคุณอ่านทําไมไม่เชื่อในพระราชดํารัสถัดมาเลยก็คือพูดถึงเรื่อง
- 2:48ลูกจักรวาลสิ่งเดียวรัฐสภานวนาแซยิดชั้นฟ้าและแผ่นดินซึ่งเรื่องนี้อย่างที่บอกสําหรับชาวมักกะ เป็นที่ยอมรับอยู่แล้วคือก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าเป็นผู้สร้าง
- 3:10เรื่องนี้สําหรับ ที่ได้สืบทอดศาสนาของท่านน่ะมีบราฮีมก็มีอยู่แล้วแล้วตัวศาสนาท่านมีโบอิมเนี่ย
- 3:29คือไอ้มาเดอะแห่งการ ใคร่ครวญและพินิจพิจารณา
- 3:38ในสิ่งแวดล้อม ซึ่งไห้มาด้านนี้ ถูกถ่ายทอดมาโดยตลอดแต่ชาวอาหรับเนี่ยได้ทิ้งซึ่งในพุดอ่านเนี่ยได้พูดถึงเรื่องนี้
- 3:53พูดถึงการใคร่ครวญของท่านในโบราณทีม ในสิ่งที่อัลเลาะห์นวัตกรรมแล้วทรงสร้างถูกถ่ายทอดมาจนถึงขั้นทวีคูณก่อนที่ท่านจะได้รับคุณอ่านจากหลวงพ่อเนี่ยท่านจะทําไมบาแดนนี่ทุกระยะสักพักนึงทุกสอง
- 3:593 เดือนทุกครึ่งปีเนี่ยท่านก็จะไปถ้ําให้รอ
- 4:20นี่เป็นเรื่องของบุคลิก เป็นยังไงเช้านี้ ซูฟี่และเลิฟและ
- 4:31คือจะอยู่ little perperoghonเนี่ยหมายถึงว่า
- 4:38นึกถึงพระเจ้าซึ่งถ้าใครที่เคยขึ้นถ้ําพระรอดเนี่ยจะเห็นว่าวิไซอี้ของปากถ้ําเนี่ยใครที่นั่งอยู่ปากถ้ําเนี่ยเห็นหมดเลย ก็เลยนะที่บ้านเราก็เรียกกันเลยอะไรของโดมอะไรนะ
- 4:55ที่เค้าไปเที่ยวกันน่ะที่ได้คู่บ้านเด็กไปเที่ยวกันนั่นแล้วก็ดู ป้าจําลอง
- 5:03พระจําลองใครที่ไปไปนั่งที่ปากถ้ําไพรอนเขียนหมดเลยอะเห็นผืนแผ่นดินสุดสายตาแล้วก็ฟาดฟ้ารวมถึงดวงดาวที่อยู่ในฟากหินอย่างชัดเจน ก่อนนู้นนะ เดี๋ยวนี้มัน
- 5:24ทาวเวอร์ของปากกา ดิลกว่า แสงสว่างเดี๋ยวนี้มัน
- 5:32มันปิดบังแสงทางธรรมชาติ ไม่มีอะไรมาที่ท่านได้มีแต่ทําไปดีกว่าการที่มองมองชั้นฟ้ามองมันในฟากฟ้ามองสุดสายตา
- 5:50ถ้าถ้าเรามานั่งคิดกันดีดีนะว่าสิ่งที่ท่านนายบีทําเนี่ยมันเป็นต้นทุนที่มนุษย์ทุกคนทําได้ไม่ไม่ต้องมีศาสตร์ไม่ต้องมีวิชาอะไรเฉพาะ ถัดมานี่เอาเรื่องเอาเรื่องที่พวกคุณเนี่ยยอมรับ
- 6:12การที่พระเจ้าสร้างเช่นฟ้าและแผ่นดิน แล้วพูดถึงการที่พวกเขาจะต้องกลับไปยังพระผู้เป็นเจ้าซึ่งนี่เป็นผลที่จะต้องตามมาหลังจากที่เชื่อในพระเจ้าเนี่ยก็ต้องเชื่อในปรโลกเราสองประเด็นนี้เนี่ยโอละมานี้บอกว่าเป็นสองคดีสําคัญที่คุณอ่านในยุคมาร์ก้ายุคที่ถูกประธานเอมการ์เนี่ยจะพูดถึงพูดถึงศรัทธาในพระเจ้า
- 6:42แล้ววันโปรโลกแล้วเป็นสองคดีที่ท่านอธิบดีเป็นเรื่องหลักของรุกุลอีหม่านหลักอีหม่านหลักศรัทธานี่ 6
- 6:44ประการใช่ไหมแต่สองหลักเนี่ยก็คือสองหลักที่สําคัญที่สุดใน 6
- 6:44ประการศรัทธาในพระเจ้าและวันพระลูกถึงขนาดที่หลักปฏิบัติต่างต่างในอิสลามเนี่ยมักจะถูกมัดกับสองเรื่องนี้ เหมือนกันอายุไม่รู้
- 7:10้ยผู้ใดที่ศรัทธาในวันปรโลกเนี่ยจงดูแลให้เก แขกที่เข้าบ้านเหมือนกันอายุไม่รู้ค่อยโอเลี้ยงผู้ใดที่ศรัทธาแนวโน้มและปรากฏโลกให้ผู้ดีมิฉะนั้นให้เงียบเสีย
- 7:34ทําไมเรื่องศรัทธานี่มันจะกําชับกําชับเรื่องปฏิบัติแขกเข้าบ้านนี่การที่จะเลี้ยงแขกเทคแคร์เขาเนี่ยสืบเนื่องจากศรัทธาในระบบโลกต้องคิดเรื่องนี้ให้ดีนะ เพราะมันจะเป็นสมการสําหรับทุกการปฏิบัติผู้ใดศรัทธาและปรโลกต้องไม่กินเหล้าผู้ใดศรัทธานะปรโลกต้องกตัญญูต่อพ่อแม่ผู้ใดศรัทธานะปรโลกจะต้องไม่ยุ่งกับสิ่งอบายมุขผู้ใดศรัทธาอนุมัติปรโลกจะต้องให้เกียรติผู้ใหญ่ผู้ใดศรัทธาได้รับอื่อสมการนี้มันก็ต้องเพราะอะไรเพราะแม้กระทั่งเรื่องลิขิตและเรื่องใหญ่ใหญ่
- 8:17ที่ท่านไหนยกตัวอย่างอะนะก็ถูกมัดไว้เกือบสองอย่างศรัทธาเนี่ย ผู้มีอํานาจในการตอบแทนฉะนั้นเราทํามาทําทําอะไรเนี่ยเรารู้อ่ะพระเจ้านี่จะตอบแทนเราไม่ดีกว่ากฎหมายเราไม่ได้กลัว
- 8:34ข้อบทลงโทษของกฎหมายแต่เรากลัวพระเจ้าแล้วต้องการพระเจ้าเมตตาเราถ้าเราได้ทําความดีหรือหรือเว้นความชั่วปรโลกนั่นคือที่กลับของเราทุกคนทุกคนเชื่อก็จะทําสิ่งเหล่านี้แม้นว่าจะมีการตอบแทนมีรางวัลหรือไม่มีก็ทําเพราะเค้าไม่ได้หวังในรางวัลของโลกนี้หวังในการตอบแทน ของโลกหน้าอีและคงจะมีการกับ
- 9:05ของพวกท่านทั้งหลายระยะที่ 5 ก็ไม่พูดถึงเรื่องสิ่งที่อยู่ในสายตาของมนุษย์ทุกคนโดยเฉพาะอะไร
- 9:16ซึ่งตอนนั้นอารยธรรมของอาหรับเนี่ยมันเป็นอารยธรรมของคนพื้นบ้านพื้นเมือง ไม่มีอะไรซับซ้อน
- 9:28ไม่มีความรู้วิชาการที่ซับซ้อนลึกซึ้งไม่เหมือนพวกโรมันที่เขามีวิชาการชํานาญการเรื่องเรื่องการแพทย์ ที่ได้เกิดในสังคมโรมันและก็กรีกพวกเนี้ยจะต้องมีอภินิหาร
- 9:54ที่มันสู้กับความ3ารถของศาสตร์ที่โดดเด่นในยุคนั้นน่ะศาสตร์ที่โดดเด่นอยู่พวกพวกปรมาจารย์ที่เค้ามีปรัชญาความรู้ในการบําบัดรักษาอันนี้ท่านวิทยาศาสตร์นี่เพิ่งคืนชีพได้คนตาบอดนี่หายได้ วิศวกรรมและไสยศาสตร์
- 10:23ของชาวอียิปต์โบราณมันคือสุดยอดแล้ว ในยุคนั้น
- 10:29ก็จะต้องมีอภินิหารที่หักล้างพวกนี้ทั้งหมดหักล้างความ3ารถในด้านวิชาการของยุคนั้นก็คืออภินิหารที่ท่านได้มีอุตส่าห์ได้นํามา นักวิทยาศาสตร์สมัยอียิปต์นี่ก็ถือว่าสุดยอดทุกวันนี้นะก็ยังทึ่งกันนะ
- 10:48ก็ยอมรับหมดทั้งหมดเนี้ยก็ยอมรับในพินิหารของท่านแต่ท่านได้มี เกิดขึ้นในสังคมอาหรับที่ค่อนข้างชนบทไม่มี
- 10:59นี้มีสัตว์อะไร ที่แต่มีความ 3ารถในด้านวาทะศิล
- 11:06ในด้านคําพูดที่จะเชิญชวนให้คนได้ใช้เสมอ ซึ่งในคนอ่านนี่มีเยอะมาก
- 11:15เครื่องมาร์คเครื่องมือเครื่องไม้ของอ่านในการที่จะเชิญชวนนี่ก็คือสํานวนที่จะให้อาหรับเนี่ยยอมรับในตรรกะง่ายง่าย ไหนคุณอ่านจึงมีเยอะมากนะครับหลายอารยะหลายท่อนหลายซูเราะที่จะเชิญชวน
- 11:38ให้มนุษย์เนี่ยได้พิจารณาในสิ่งแวดล้อมส่วนนึงของสิ่งแวดล้อมของสิ่งแวดล้อมเนี่ยก็คือ ก็คือการโคจรของดวงดาว
- 11:53ที่อยู่รอบชีวิตของมนุษย์และดวงดาวที่เด่นที่สุดและมีผลต่อต่อวิถีชีวิตของมนุษย์เนี่ยก็คือดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ ขั้นดีสุดถามชาวบ้านทุกคนเนี่ยรู้จักมั้ยดวงจันทร์ดวงอาทิตย์หรือดาวอังคารรู้จักมั้ยแกได้ยินน่ะนะดาวอังคารอยู่ไหนอะ
- 12:18ไม่มีแล้วนี่กูอ่านให้ไม่ได้พูดถึงดวงดาวอะไรที่มีอยู่ในฟากฟ้านี่มันยึกเหรอแต่ไม่ได้พูดถึงทําไมอะเพราะต้นทุนของแต่ละคนน่ะจะได้รู้ข้อมูลเรื่องนี้มันไม่เหมือนกันน่ะแต่ดวงอาทิตย์ดวงจันทร์นะโอ้รู้กันหมดใครใครก็เห็นใครใครก็รู้ใครใครก็ติดตามจึงมาเป็นประเด็น พระองค์ท่านเนี่ย
- 12:43ที่ที่เริ่มต้นเชิญชวนให้คนที่ไม่ยอมรับในคุณอ่านนี่มึงยอมรับว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างนี่ใช่มั้ยพระองค์ท่านเนี่ยทําอะไรอีกอ่ะอย่างที่บอกว่าอารยะที่เท่าไหร่นะที่ 3 ถึงอันที่ 6
- 13:03เนี่ยหลักฐานความยิ่งใหญ่ของเราเหรออันนี้ความยิ่งใหญ่ในสิ่งที่เขายอมรับในความยิ่งใหญ่ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ ชีวิตของตลับเนี่ยนะเห็นชัดเลยนะครับถ้าใครที่ศึกษาวรรณคดี
- 13:18นิทานนิยายกลอนของอาหรับเนี่ยดวงจันทร์และดวงอาทิตย์นี่มันมันเป็นสิ่งที่ถึงขนาดที่บางกลุ่มเนี่ยถึงขั้นที่จะบูชาแต่ไม่ความสําคัญเนี่ยมันไม่ได้อยู่ที่แค่นั้นอยู่ที่การที่เค้าเห็นความเด่นชัดของของสองสิ่งเหล่านี้ ครับนี่ก็จะเค้าจะมีสุภาษิตมีกลอนต่างต่างที่เอาดวงจันทร์แล้วก็ดวงอาทิตย์เนี่ยมาเปรียบเทียบเช่น
- 13:52ความจริงความถูกต้องโอ้โหนี่มันชัดกว่าดวงอาทิตย์ทําไมเพราะดวงอาทิตย์นี่มันมันกระจ่างชัด เอามาเป็นอุทาหรณ์เปรียบเทียบแสดงว่ามันมันอยู่ในในความสํานึกของเขาไง
- 14:11แต่ถ้าเขาจะรู้นี่ว่าผู้สร้างดวงอาทิตย์แล้วก็ดวงจันทร์ที่เขาเอามาเปรียบเทียบเนี่ยมีพระเจ้าที่ยิ่งใหญ่จึงต้องยอมรับในความ3ารถของพระเจ้าท่านนี้มากว่าที่พวกเขานี่ยอมรับในความสุดยอดของดวงจันทร์และก็ดวงอาทิตย์ ในส่วน รถโดยตําหนิคน
- 14:35ที่บูชาสักการะดวงอาทิตย์แล้วก็ดวงจันทร์ แล้วเราบอกว่าน่าจะดูดูหรือแชมป์ซิวนะนี่ก็มารีจงมิอย่ากราบสุดหยุดให้ดวงอาทิตย์แล้วก็ดวงจันทร์
- 14:38what you doing leader แล้วก็หุ้นนะแล้วจงกราบไหว้สุขอยู่ให้พระผู้สร้างมันทั้งสองสมควรสมควรแก่แก่มนุษย์ที่มีสมองมันสมองเรื่องอะไรไปกราบไหว้
- 15:03อะดูสิผู้ที่ทําให้ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เนี่ยมันโคจรและเป็น ที่ประทับใจสําหรับมนุษย์เนี่ยก็สมควรแก่การที่จะเคารพสักการะมากกว่า
- 15:16การในอารยะที่ 5 ของสุรัตน์ยูนุสนี
- 15:20เป็นอีกมิตินึงที่ทําให้คนที่อ่านและพิจารณาคุณอ่านเนี่ย ข้อคิดสําคัญระยะนี้เนี่ยถูกบรรจุในบรรดาอัญญะที่เป็นประวัติศาสตร์
- 15:38หรือเป็นสิ่งที่พระเจ้าท้าทาย โลกทั้งบวกมนุษยชาติในทุกยุคทุกสมัยด้วยศาสตร์ต่างต่างในคนอ่านที่แฝงอยู่ในแต่ละองค์การ
- 15:53และในประชุม 3ัญ ว่าด้วยเรื่อง ก็คืออภินิหาร ด้านวิชาการ
- 16:09ด้านศาสตร์ต่างต่างในคู่อ่านผู้รู้ก็เอาอันนี้ มานําเสนอแง่คิดของมันที่ถูกพิสูจน์ด้วยวิทยาศาสตร์รุ่นหลังถ้าคุณอ่านเนี่ยได้ได้เอ่ยถึงมันบางส่วนหว่านหรือว่าพระองค์ทรงทําให้ดวงอาทิตย์มีแสงจ้าแสงจ้า
- 16:39แสดงว่าแสงนี่มันมาจากดวงอาทิตย์ วันเข้ามาราโนราห์และดวงจันทร์มีแสงนวล
- 16:47อันนี้ภาษาดับนี่นะครับเบียร์อันหมายถึงว่าเป็นสิ่งที่สร้างความสว่างถึงจะเรียกว่าเบียร์แอนด์เนี่ยเบียร์เนี่ยซึ่งเป็นความหมายในด้านภาษาที่อาจจะถ่ายทอดเป็นภาษาอื่นเนี่ยก็ต้องอธิบายหน่อยจะไม่เรียกว่าอะไรที่มันเป็นแสงสะท้อนน่ะแสงสะท้อนมาจากที่อื่นเนี่ยจะเรียกว่าเตี๊ยะไม่ได้เท่าเบี้ยแสดงว่าตัวมันเนี่ย มันมีแสงในตัวมันแต่นู๋ดนนู่นนี่มันนู้นนี่ใช้กับทุกสิ่งที่มีแสงแต่อาจจะไม่ได้เป็นแสงที่มาจากตัวมันก็เรียกว่านู้นได้
- 17:25รัศมี ระบุว่าโอ้คนนี้ใบหน้าเค้ามีนู้นได้นู้นหนูหมายถึงว่ามีไฟออกมาจากหน้าแล้วใช่
- 17:36นุ่นคือมันตีความได้ไงมันปิยะมันต้องมีมันต้องมีแสงออกจากตัวและนี่แหละที่เค้าที่เค้าบอกว่าพัน400 กว่าปีเนี่ย
- 17:48ยุคนั้นน่ะนะครับมนุษย์เนี่ยเค้าเข้าใจว่ะดวงอาทิตย์มันมีแสงในตัวมันดวงจันทร์ก็มีแสงในตัวมัน แล้วก็แสงของดวงอาทิตย์นี่มันจ้ามันแรงกว่าและมันเป็นแสง
- 18:06สีเหลืองหน่อยเหมือนเราซื้อซื้อไฟเนี่ยเหลืองหน่อยแล้วก็ไฟนีออนนี่ก็ขาวหน่อยเค้าเข้าใจว่าดวงจันทร์นี่ก็มันมันเป็นอะไรนะนู้นนั่นหมายถึงว่ามีแสงนวลแสงสีขาวเนี่ยและนั้นคือแสงของดวงจันทร์เข้าใจว่าตัวดวงจันทร์เนี่ยมันมีแสงออกจากตัวมันเค้าเข้าใจกันอย่างนั้นมาตลอด แต่ในคนอ่านแล้วก็ในส่วนหน้าของท่านอธิบดีก็มีหลายบทนะที่จะพูดถึงเรื่องนี้ว่า
- 18:42ตั้งแต่พัน 400 ปีนี่นะ พระราชดํารัสของรัฐบาลแหละชี้นําให้มนุษย์ได้พิจารณาว่าไม่ใช่แสงของดวงอาทิตย์เนี่ยมันเป็นแสงแท้
- 18:54ออกจากดวงอาทิตย์ออกจากตะวันส่วนดวงจันทร์นี่มันแสงสะท้อน ว่ามานานสิแล้วซึ่งในสิ่งที่ทุกคนยอมรับนี่ว่าดวงอาทิตย์นี่มีแสงดวงจันทร์ก็มีแสง
- 19:12และการโคจรของมันทั้งสองการโคจรของมันทั้งสองเป็นจุดสังเกตของมนุษย์ตั้งแต่ดึกดําบรรพ์ แต่อันน้อยได้บอกว่าที่พวกเจ้านี่สังเกตการณ์โคจรของมันเนี่ยนะนั่นเป็นกําหนดการเมืองสุพรรณแหละก็เด่าราฮูมันนาสิแหละพระองค์เนี่ยทรงกําหนดให้มันมีทางโคจรซึ่งทางโคจรนี่มันละเอียดถึงขนาดสามารถคํานวณเวลา
- 19:44ด้วยการโคจรของมัน ก็ปกติแล้วหนิ เราจะคํานวณอะไรดีก็จะยึดสิ่งที่มันมีค่าที่แน่นอนเป็นที่ตั้งสมการจะได้มัน
- 19:58ใช้ได้จะได้ทําได้เนี่ยมันก็ต้องมีค่าตัวนึงที่มันค่าที่มันมีแน่นอน อะไรที่มันแน่นอนอะในสายตาของของมนุษย์เราตัวเรานี่ไม่แน่นอนเราเดินไปไหนแต่ไหนนี่จะเอามนุษย์นี่มามาเป็นค่าที่แน่นอนเด้งไง
- 20:14แต่ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์นี่มันโคจรเป็นพันปีเนี่ยก็เหมือนเดิมซึ่งเป็นจุดสังเกตของมนุษย์ทุกคนในโลก สังเกตเนี่ยให้พิจารณาอย่างลึกซึ้งดิว่าที่มันโคจรเนี่ยใครเล่าเป็นผู้กําหนดขั้นตอนของและเวลาของการโคจรของมัน
- 20:38แล้วพระองค์ได้บอกว่าบุญคุณรสสุภานวดานน่ะที่ให้การโคจรของดวงอาทิตย์แล้วก็ดวงจันทร์เนี่ย มีความละเอียดถึงขนาดที่พวกท่านสามารถยึดเป็นค่าที่แน่นอนจะได้คํานวณวันเวลาของพวกเจ้าริกะแล้วเพื่อพวกท่านจะได้รู้
- 21:03จํานวนปีจํานวนปี วันไหลแซ่บและการคํานวณ
- 21:16ให้มันมีทางโคจรกําหนดให้มันคืออะไร ดวงกระโดว์ฮุกอะแล้วบอกว่ากําหนดให้มันมีตัวเดียวไม่ใช่ให้มันทั้งสอง
- 21:31ถ้าทั้งสองอ่ะนะให้มันทั้งสองแน่นอนทั้งสองนี่มีโคจรแต่ที่เอาลอยอยากจะให้เราชี้ดูแล้วกับเป็นการคํานวณที่ค่อนข้างง่ายสําหรับที่บอกว่าเป็นต้นทุนสําหรับคนทุกคนน่ะนะคือการคํานวณเดือนและปีเนี่ยที่ทุกคนสามารถทําได้นะไม่ต้องเรียนวิชาดาราศาสตร์นะไม่ต้องเรียนวิชาคํานวณหรือคณิตศาสตร์ ก็คือการโคจรของดวงจันทร์เท่านั้นแต่การโคจรของดวงอาทิตย์เนี่ยต้องคํานวณละเอียดต้องมีต้นทุนที่เป็นวิชาดาราศาสตร์ที่สะสมพอสมควรไม่ใช่ทุกคน
- 22:14แสดงว่ามนุษย์เนี่ยสามารถคํานวณวันด้วยด้วยอะไรคํานวณวันด้วยอะไรดวงจันทร์ป้ะดวงจันทร์ป้ะ วันนะวันเรามีธรรมเนียมไม่เรียกพระอาทิตย์นะแล้วไม่เรียกพระจันทร์พระพระ
- 22:34มั้ง พระบาราบาราพระสาบาลีแปลว่ายิ่งใหญ่และมักจะประกอบกับคําที่ถูกบูชาสักการะ
- 22:49ซึ่งมันมีที่ใบที่มาการบูชาดวงจันทร์และดวงอาทิตย์และก็ดวงดาวและบรรดา บรรดาดวงดาวทั้งหลายที่มีอิทธิพลในชีวิตของมนุษย์
- 23:07ในโหราศาสตร์เนี่ยเขาจะเชื่อในอิทธิพลของดวงดาวในชีวิตของพวกเราทุกคน จึงไม่ใช่เป็นสิ่งที่ถูกสร้างเหมือนเราเนี่ยแล้วก็มันกลัวมากมันมันมีอิทธิพล
- 23:23แสดงว่าจะเรียกจะเรียกมันเฉยเฉยอย่างเงี้ยไม่ต้องเรียกด้วยความยิ่งใหญ่พระจันทร์พระอาทิตย์ ต้องมีพระเพื่อจะได้หลีกเลี่ยงเพราะมุสลิมเนี่ยจะต้อง
- 23:44จําแนก ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับการสักการะ
- 23:51ออกจากชีวิตของมนุษย์เนี่ยให้การเคารพสักการะเนี่ยเป็นของพระเจ้าอย่างเดียวอะไรที่มันจะมันมันหมิ่นเหม่ที่จะทําให้เราดูเหมือนไปเชื่อเหมือนเขารึเปล่าเข้าใจเหมือนเขาหรือเปล่าต้องหลีกเลี่ยงต้องหลีกเลี่ยงให้ได้ ดวงจันทร์นี่ไม่สามารถที่จะชี้ให้เรารู้ว่าเวลาของ
- 24:17คุ้มหนึ่งวันครบหนึ่งวันครบเนี่ยเราต้องใช้ดวงอาทิตย์หรือตะวันแต่วันขึ้นตะวันตกอันนั้นน่ะคือการโคจร คือการหมุนของโลกการหมุนของโลกที่มันกลมอยู่แล้วอะนะอย่างนี้เราจะไม่ไม่ไม่พูดเยอะนะโลกมันกลมอยู่แล้วนะแล้วมันหมุนและการหมุนเนี่ยที่ทําให้เกิด
- 24:46กลางวันและกลางคืนและกลางคืนหนึ่งวันซึ่งต้นทุนในการเรียนรู้เรื่องนี้นะคนเหมือนกันทั้งหมดได้วันหนึ่งวันหนึ่งคืนหนึ่งวันใช่ไหมรู้แล้วหนึ่งวันนับหนึ่งวันสองวัน 3
- 24:46วันเขาก็สังเกตด้วยนะพร้อมที่เขานับหนึ่งวันสองวันเขาก็สังเกตดูว่าดวงจันทร์นี่มันก็เกิดอ้าว เป็นฮีแลร์และเป็นเดนเซียนละขึ้นละเริ่มละแล้วมันก็โคจรของมันอันนี้ไม่ต้องมีวิชานะเขาก็สังเกตว่าโคจรของมันเนี่ยซึ่งการหมุนของดวงจันทร์รอบโลกเนี่ยมันก็จะครบหนึ่งเดือน
- 25:22โดยนับวันวันครบหนึ่งเดือนพอนับหนึ่งเดือนแล้ว สองเดือน 3 เดือน 4 เดือน 12
- 25:25เดือนหนึ่งปีแล้ว วิธีนั้นแบบนี้เนี่ยแบบจนได้คดีเนี่ยอันเนี้ยไม่ต้องมีวิชาการไม่ต้องจบมหาวิทยาลัยไม่ต้องเรียนวิชาคํานวณ
- 25:42ใช้สายตาอย่างเดียวซึ่งเพียงพอที่จะได้เห็นโครงสร้างยิ่งใหญ่ของรัฐแหละที่มนุษย์ทุกคนน่ะสามารถพินิจพิจารณาได้ละหมาดวิชาเสร็จแล้ว ก็ชงน้ําชากาแฟแล้วก็ออกไปนอนนอนหงายในกระดูกก็ได้เรื่องแหละ
- 26:07แต่อย่างที่บอกมันเป็น ที่ถูกทอดทิ้ง
- 26:12ครั้งสุดท้ายที่พวกคุณเนี่ยได้มองเห็นฟากฟ้าแล้วก็ดูดวงดาวดวงจันทร์แล้วก็นึกถึงอัลเลาะห์ต้องนึกถึงอัลล้อนะไม่ใช่ดูพุนะ มองยังฟากฟ้าแล้วก็เห็นดวงดาวเห็นความยิ่งใหญ่แล้วก็นึกถึงครั้งสุดท้ายเนี่ยทําแบบนี้เมื่อไหร่ทําเดือนละกี่ครั้งเห็นบอกว่าวันละกี่ครั้ง
- 26:34ผู้บางทีแทบไม่มีเวลาเลยที่จะออกไปดูเดือนละกี่ครั้ง ช่วงนี้แทบดูดูดวงจันทร์ในมือถือ
- 26:47มันเป็น มันเป็นภาพที่ติดในจอดเลยนะสวยแต่ดูในจอไงมีหลายคนเนี่ยเค้าใส่ดวงจันทร์อยู่ในมือถือนี่เป็นเรื่องล้มผิดอย่างนึงของมนุษย์นะไปทึ่งในการเลียนแบบของมนุษย์และไม่ทึ่งในต้นฉบับ
- 27:08เวลานักวาดเนี่ยเค้าวาดอะไรที่เลียนแบบจากทําไมโอ้โหนี่เค้าวาดป่าต้นไม้สวยมากคําว่าขนาดนั้นมันอะไรขนาดนั้นมันศิลปะสุดยอดแต่ไอ้ต้นฉบับที่เค้าลอกมานี่นะไม่เคยมานั่งด้วยต้นไม้ที่เอามาสร้างมาเนี่ยนั่งหมอกนั่งคิดความสุดยอดโครงสร้างของพระเจ้า ไม่ค่อยมี
- 27:31ที่เค้าที่เค้าโชว์ฝีมือศิลปินวาดภาพเนี่ยดังกว่าธรรมชาติที่เอามาให้เราได้ไปดูฟรีฟรีเลยความสวยงามความยิ่งใหญ่ของมันซึ่งการที่เราได้ห่างไกลจากไอ้บาดาลเนี่ยไอ้บาดแดะแห่งการพินิจพิจารณาสิ่งแวดล้อมเดี๋ยวเราสร้างไว้เนี่ยย่อมเป็นสาเหตุนึงที่สร้างความกระด้าง ความห่างไกลของหัวใจผู้ศรัทธาจากพระเจ้า
- 28:04ด้วยเหตุผลว่า เราไม่สามารถสัมผัสพระเจ้าได้มองเห็นก็ไม่ได้
- 28:12อะไรเล่าที่จะทําให้เราเนี่ยได้พิสูจน์ถึงความยิ่งใหญ่ของวัลลภนอกจากที่จะดู สิ่งยิ่งใหญ่ที่ออกมาได้สร้างไว้ถึงจะสัมผัสถึงความง่ายง่ายของ
- 28:25ยิ่งได้เห็นผลของสิ่งที่amerceได้สร้างไว้กับวิถีชีวิตของเรานี่ก็คือการคํานวณวันเวลาและปีอ่ะแล้วโดยบอกว่ามาเขาเราก็ ทรงสร้างสิ่งเหล่านั้นเว้นแต่ด้วยความจริงilabilcแสดงว่าสิ่งเหล่านี้เนี่ยเป็นสิ่งที่ถูกสร้างเป็นหมุกและผู้สร้างเนี่ยก็คืออัลเลาะห์บินhuckนี่ก็คือสัจธรรมสัจธรรมเนี่ยต้องมีความชัดเจน
- 29:01อันนี้เป็นการพาดพิงถึงคนที่เอาเรื่องราวของดวงจันทร์ดวงอาทิตย์หรือสิ่งที่อยู่ในฟากฟ้านี่ก็คือบรรดาดวงดาวทั้งหลายเนี่ย มาบิดเบือนให้มีวิชา
- 29:17ที่สร้างความเชื่อให้มนุษย์เนี่ยหลงหลงเชื่อกับ กับสิ่งเหล่านี้และไม่เหนียวแน่นในเดชานุภาคประธานเช่นวิชาโหรศาสตร์ที่ดูดวงดู
- 29:36ที่ดูดวงดูนี่ทั้งหมดนี่มันก็จะสวนทางกับคําว่าอินแล้วก็ได้สร้าง ที่อยู่ในฟากฟ้าทั้งหมดเลยคนที่จะมั่นใจในเรื่องนี้คือนักดาราศาสตร์นักดาราศาสตร์นี่ที่เค้าจะศึกษาการโคจรของดวงดาวทั้งหลายเนี่ยเค้าจะแปลกใจมากกว่าคนเขาเชื่อได้ไงวะว่าดวงดาวนี่มันมีประโยชน์ในการที่จะให้เราเลือกวันแต่งงานเลือกวันซื้อรถ
- 30:09เลือกวันเดินทาง ดูค่ําดูแล นักดาราศาสตร์นี่กูก็ขึ้นในในในความละเอียด
- 30:20ของดวงดาวนี่เค้าทึ่ง อยู่ฟัคซิลรู้อะแย้ง
- 30:26พระองค์ทรงจําแนกสัญญาณต่างต่างสําหรับหมู่ชนที่มีความรู้ที่มีความรู้ มีความรู้จักอะไรจากการเรียนตําราอะไรอย่างเงี้ยมันไม่ใช่มีความรู้ที่ได้สะสมมาจากการพินิจพิจารณาก็ตัวเท่าเรียลซะแล้วก็ไม่ได้จบมหาวิทยาลัยไม่ได้จบ
- 30:50แต่สิ่งที่ท่านน้าบีได้ทําแล้วก็เป็นคุณสมบัติของบรรดานาบีและส่วนหนึ่งก็คือใคร่ครวญย้อนมาอีกทีนึงนะครับเรื่องหวนแล้วทีย้อนหลัง พระองค์ทรงทําให้ดวงอาทิตย์เนี่ยมีแสงจ้าแล้วก็ดวงจันทร์นี่มีแสงหนวดแสงของดวงจันทร์แสงที่มาจากดวงจันทร์มันคือมุมที่เราได้เห็นแสงดวงจันทร์เฉพาะในโลกนี้หมายถึงว่าถ้าสมมุติว่าเราเนี่ยไม่อยู่มาอยู่โลกนี้แล้วมาอยู่ดาวอังคารเนี่ยก็ก็ไม่เห็นละแล้วก็ไม่เห็น
- 31:32เพราะดวงจันทร์นี่เป็นเป็น เป็นดาวที่โคจรรอบรอบโลกอย่างเดียวแล้วก็โลกเราก็มีก็มีดาวเดียวที่โคจรรอบโลกกันนะบางบางดาวเนี่ยก็จะมีดาวเล็กเนี่ยดาวเคราะห์ในที่ที่มันโคจรหลายดวงก็ได้แต่ของโลกดุลยที่มนุษย์อาศัยอยู่นี่ก็มีดวงจันทร์อย่างเดียว
- 31:58ฉะนั้นแสงที่อาม่าพูดถึงเนี่ยแสงสําหรับการที่เราอยู่ในรถอาศัยอยู่ในโลกนี้ ซึ่งนักดาราศาสตร์นี่มารู้กันทีหลังนะครับว่า
- 32:13เวลาโคจรของดวงจันทร์เนี่ยไม่ใช่ 3 4 วันหรือ 29วัน
- 32:19เรารู้กันว่าดวงจันทร์นี่มันโคจรรอบโลกเดือนนึง 29.5 วันโดยประมาทก็ 29 หรือ 30
- 32:29วันนั่นแหละไม่ใช่ดวงจันทร์นี่มันโคจรรอบโลกเวลาแท้ของมันเนี่ยนะก็คือ 27
- 32:30วันนิดนิดขาดไปสองวันแล้วมาจากไหนอะที่เราเห็นมันน่ะมันควรขึ้นก็เราเห็นไงใช่ช่วงที่มันโคจรนี่มัน 27
- 32:31วันแต่โลกเองเนี่ยมันก็เคลื่อนที่ โลกนี้มันไม่นิ่ง
- 32:56โลกนี่มันหมุนรอบดวงอาทิตย์ด้วย ซึ่งอันนี้เรื่องที่มีความแน่นอนอยู่แล้วทางวิทยาศาสตร์ส่วนผู้รู้บางท่านที่ได้บอกว่าโลกนี้มันนิ่งอยู่กะที่มันไม่ได้โคจรรอบดวงอาทิตย์อันนี้ก็เป็นการตีความสํานวนผู้อ่านเนี่ยมันตีความได้หลายอย่างสุพรรณบุรีหรือ
- 33:24เค้าตีความเนี่ยมันไม่เอื้อให้มีความชัดเจนในข้อสรุปว่าโลกนี้เนี่ยมัน มันไม่หมุนรอบรอบดวงอาทิตย์แต่มีหลักฐานเยอะนะว่าโลกนี้มันมันหมุนรอบรอบดวงอาทิตย์ด้วยและการหมุนของมันเนี่ยการเคลื่อนไหวของโลกเนี่ยที่ทําให้โลกเนี่ยจะต้องเคลื่อนไหวเร็วกว่าดวงจันทร์ด้วยซ้ําขณะที่ดวงจันทร์นี่มันจะครบรอบโลกเนี่ย
- 33:3327 วันเนี่ยโลกเนี่ยมันก็เคลื่อนที่ไปแล้วเนี่ยสองวัน
- 34:02ซึ่งสองวันเนี่ยที่ทําให้เราเนี่ยได้เห็นการโคจรของดวงจันทร์เนี่ยเพิ่มไปอีกสองวันคือ 29
- 34:03วันนี่การนับวันเนี่ยของดวงจันทร์ในภาษาไทยเนี่ยเค้าเรียกว่าดิถี ก็คือที่เขาดูดดวงจันทร์เนี่ยนะตอนที่โลกมันบังแสงของดวงอาทิตย์
- 34:26ขณะที่ดวงจันทร์กําลังโคจรเราก็จะเห็นภาพของดวงจันทร์จะเป็นแบบนี้อันนี้เต็มดวงนะ อันนี้ดวงเผ่นเผ่นเผ่นแปลว่าเต็มซึ่งอันนี้แหละครับ
- 34:43การโคจรของมันเนี่ยของดวงจันทร์เนี่ยที่ทําให้เราได้เห็นแสงของดวงจันทร์นี่มันเปลี่ยนแปลงแบบเนี้ยนั่นคือการโคจรแล้วจะสังเกตเนี่ยขณะที่ดวงจันทร์เนี่ยมันโคจรอะนะแล้วเราเนี่ยเราอยู่ในโลกดีแล้วก็ดวงจันทร์ดีมันโคจรรอบโลกอะนะดวงจันทร์เนี่ยมันก็จะหมุนด้วยนะแต่ขณะที่มันหมุนเนี่ยเราเนี่ย จะเห็นเฉพาะซี่หนึ่งข้างนึงข้างเดียวของดวงจันทร์อีกข้างนึงเราไม่เคยเห็นเลยเพิ่งเห็นล่าสุดในเวลาเค้ายิงดาวเทียมไป
- 35:0950 ล้านไมล์เนี่ยไปอีกฝั่งนึงของของจักรวาลเนี่ยถึงไทยอีกฝั่งนึงของดวงจันทร์ได้แต่ที่เราเห็นนี่ก็คือข้างเดียวของดวงจันทร์นะแต่ข้างเดียวนี่แหละ
- 35:33ที่มันจะมีการสลับเปลี่ยนตําแหน่งของแสงดวงอาทิตย์ที่จะสะท้อนจากดวงอาทิตย์เนี่ยมายังดวงจันทร์ขณะที่ดวงจันทร์นี่กําลังโคจรอยู่นะโคจรอยู่แล้วแสงดวงอาทิตย์เนี่ยมันก็ส่องแสงสว่างของมันเนี่ย การโคจรของมันเนี่ยแต่ละจุดเนี่ยแต่ละจุดเนี่ยจะได้ครบรอบหนึ่งเดือนหนิดวงจันทร์เนี่ยก็จะใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนก็คือ
- 35:5529 วัน นิดนิด 29 ครึ่ง
- 36:11ทางอาหรับโบราณอะนะ เขาก็ได้จัดตั้งตําแหน่งตําแหน่งของดวงจันทร์เนี่ยที่มันโคจรเน
- 36:23แต่ละตําแหน่งเนี่ยเค้าก็ตั้งชื่อไว้เลยทั้งหมดเนี่ย 28 ตําแหน่งทั้งหมดใน 28
- 36:24ตําแหน่งเอ้าแล้วก็ขาดอีกหนึ่งวันครึ่งไม่มีตําแหน่งใช่เพราะช่วงนั้นน่ะดวงจันทร์มันดับก็คือไม่มีแสงไม่มีแสงก็เลยก็เลยจะเป็นตําแหน่งเค้าเรียกตําแหน่งจันทร์ดัดนี่เค้าก็เลยแบ่งแบบนี้คือตําแหน่งต่างต่างของดวงจันทร์ ที่รับแสงของดวงอาทิตย์ขณะที่กําลังโคจรรอบโลกมีภาษาไทยนี่ก็ประมาณนี้อันนี้อันนี้แบบนับนับแบบไทยนะที่เค้าเรียกว่าดิผีถ้าเต็มดวงเนี่ยก็จะเรียกว่าขึ้น
- 36:5115 ค่ําถ้าจันทร์ดับเนี่ยก็แรมแรม 15 ค่ํา
- 37:16ก็คือ 29 ครึ่งหรือ 30 เนี่ยดับละไม่มีเลยดวงจันทร์ไม่มีไม่มีแสงละไม่มีแสงสะท้อนมาจากซึ่งเราก็ได้ชี้ถึงตําแหน่งเหล่านี้เนี่ยมาน่าสนุกว่าเค้าโดรนน่าฮู้มานาซิแล้วเราได้กําหนดตําแหน่ง
- 37:35มานาสิริเพราะเอกพจน์แม้นสิริมั่นซิเนี่ยขณะเดียวกันบ้านบ้านแปลว่าอะไรแปลว่าที่พักที่อาศัยอยู่ก็เลยหยิบยืมมาใช้ว่าทุกจุดที่ดวงอาทิตย์ดวงจันทร์นี่มันโคจรน่ะมันเหมือนเป็นที่อาศัยอยู่เป็นตําแหน่งที่ดวงจันทร์จะต้องมาอาศัยอยู่เป็นแต่ละช่วงแต่ละช่วงเนี่ยเรียกว่ามานั่นสิ มานั่นสิ
- 38:02ที่ต้องโคจรแล้วก็มาพักวันนี้วันนึงอันดับนี้เค้าก็คํานวณนะแต่เค้าไม่ได้คํานวณแบบแบบใช้วิชาเลขอ่ะเค้าอาศัยการสังเกตพอเค้าสังเกตว่าดวงจันทร์เนี่ยมันโคจรตําแหน่งของมันเนี่ย 28 ตําแหน่ง
- 38:24และดวงอาทิตย์เนี่ย 28 ตําแหน่งนี้หนึ่งวันก็หนึ่งตําแหน่ง
- 38:31หมายถึงว่ากว่าจะถึงหนึ่งวันนี่หนึ่งวันก็จะย้ายไปอีกอีกหนึ่งตําแหน่งนี้ก็อีกหนึ่งวันนี้เป็นต้นและดวงอาทิตย์อะนะการโคจรของของโลกกับดวงอาทิตย์เนี่ย ก็จะทําให้ดวงอาทิตย์เนี่ยมาขึ้นอยู่กับแต่ละตําแหน่งใน
- 38:4628 ตําแหน่งเนี้ยแต่นานกว่าดวงดวงจันทร์โดยจะใช้ประมาณหนึ่งตําแหน่ง
- 38:4613 วันคูณแล้วเนี่ยรอบปีอันนี้ก็เป็นสุริยคติแล้วนะรอบปีนี้ก็
- 38:483 365 วัน ซึ่งทั้งตําแหน่งรวมกันและก็ดวงอาทิตย์ที่ใช้วิธีสังเกตการณ์เนี่ยอาหรับเนี่ยเค้าก็มีความเชื่อที่แทรก
- 39:20เข้ามาในเรื่อง สังเกตการณ์ของการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมเนี่ยความเชื่อว่าตําแหน่งนี้สมมุติว่า
- 39:3228 ตําแหน่งนะของดวงเลยตําแหน่งนี้ของดวงจันทร์เนี่ยที่ดวงอาทิตย์เนี่ยจะมาอยู่ในตําแหน่งนี้บนท้องฟ้านี่
- 39:4113 วันน่ะมันเป็นตําแหน่งชื่อแบบนี้แล้วก็ตําแหน่งนี้มันจะเป็นตําแหน่งแห่ง
- 39:47ความโชคดีแห่ง โอกาสดีในการปลูกพืชผลไอ้ตําแหน่งนี้เนี่ยไม่ดีเลยนะแต่ใครจะแต่งงานเจ๊งนะแต่ใครจะทําธุรกิจใครเดินทางนี่ล้มละลายแล้วเขาเรียกกันเรื่องนี้อันว่า
- 40:06เอออันว่าซึ่งความเชื่อนี่เดี๋ยวจะดูนะความเชื่อนี้ทุกอารยธรรมนี่แทบมีเอาเรื่องดวงดาวนี่มาแฝงความเชื่อแปลกปลอมที่ไม่มีเหตุผลเลยอะนะแล้วมาผูกพันวิถีชีวิตกับมัน กราบเนี่ยเค้าก็ชื่อถ้าเดินทางประสบความสําเร็จโอ้ก็เพราะดวงดาวนี่แล้วก็ดวงอาทิตย์นี่มันอยู่ช่วงแล้วไอ้ไอ้แนวไอ้เจ้านี้แล้วถ้าไปสงครามแล้วก็เอาก็นั่นแหละก็บอกแล้วว่าสงครามในช่วงนี้อะออกเพราะมันเป็นเนาะไอ้นี่
- 40:39มีอยู่วันหนึ่งท่านนาบีเดินทาง แล้วมันช่วงแห้งแล้งเขาก็หิวน้ําเช้าตรู่นี่ฝนตก
- 40:49อันดับที่พึ่งรับอิสลามใหม่อ่ะนะเค้าก็พูดตามจารีตฝนตกเนี่ยหมูตื้นนาบีเน่าอีกอะเราได้ได้โชคดีของเน่าไอ้เจ้านกตัวนี้นะฝนก็เลยตกฝนตกเพราะอะไรเพราะโชคดีของตําแหน่งดวงดาวเหล่านี้เดี๋ยวเดี๋ยวจะดูนะว่า ของเราก็มีของไทยก็มีจีนก็มีฝรั่งก็มีหมดแหละ
- 41:23คุณอ่านนี่ก็พูดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมที่มันมีในสังคมเหมือนกันนะอนาคตเค้าก็เคยมีไง เราได้มีฝนเนี่ยเพราะอันนั้นโชคดีของดวงดาว
- 41:34ดวงของช่วงเวลานี้มันดีให้บันทึกดีมากนาบีก็เลยบอกว่า ซึ่งเป็นไฮซ์สกุลซีน
- 41:53เนี่ยเบาของข้านี่มีกลุ่มนึงเป็นผู้ศรัทธาต่อข้าและมีกลุ่มนึงเป็นผู้ปฏิเสธต่อข้า ผู้ที่ศรัทธาต่อข้านี่คือคนที่กล่าวว่าเราได้รับฝนตกเนี่ยด้วยความโปรดปรานจาก
- 42:22บางทีเราต้องระวังนะฝนตกนี่ไงอุโต๊ะนี่อุตุนี่มันบอกแล้วไงนี่ไงอุตุนิยมนี่เค้าแถลงแล้วมีนี่ไงพายุมาเออฝั่งเค้าแล้วนี่ตอนเช้าเนี่ยเค้าบอกว่ามีพายุ ผู้ศรัทธาต้องระวังทุกสิ่งทุกอย่างเนี่ยเราต้องติดปากว่าทําไมท่านนายกฝนตกนี่ฝนตกนี่ต้องมีดูอาร์ละดูอาร์ฝนตกเอามาซื้อมันอะพี่โอ๊ตมาขอขอให้ฝนนี้เป็นฝนที่มีความโปรดปรานมีความเจริญเพราะอะไรอะเพราะเราเชื่อว่าฝนนี้มาจากรถที่มีดูอาแบบนี้
- 43:02แต่ถ้าหากว่าเราเออความเชื่อนี่มันพอฝนตกเนี่ยโอ้โหโชคดีจังเลยอุตุนี่มันน่าเชื่อถือเหมือนกันนะ อุตุนิยมนี่ก็จะกลายเป็นกลายเป็นพระเจ้าองค์นึงกําหนดชะตากรรมของสิ่งแวดล้อมทั้งหลายที่จะเกิดขึ้น
- 43:23น้ําจะท่วมจะไม่ท่วมลึกลึกนี่เราเชื่ออยู่แล้วว่ากําหนดการนี่ของของเรา ฮาดิต่อมาเนี่ยบอกว่า
- 43:35หมู่ติ้งนาบิลอัลกออิดะห์ผู้ใดที่บอกว่าเราได้ผลนี่เพราะดวงดาวดวงนี้โชคดีของดวงนี้ดวงมันดีแบบโน้นแบบนี้ ก็คือว่าปฏิเสธต่อฉันสมัยนี้เค้าก็จะมีน่ะหมอดูมีหมอดูดูอะไรอะดูดวงเกิดวันไหนอะเดือนไหนเนี่ยเค้าจะรู้แหละถ้าเกิดวันนี้ก็เดือนนี้อะแสดงว่าดวงของท่านนี่เป็นดวงนี้แล้วก็ต้องดูโคจรของดวงของดวงของคุณเนี่ยแล้วก็ตําแหน่งของมันกับดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์กับดวงอื่นอื่นด้วยแล้วเค้าก็มีวิธีคํานวณอะไรของเค้าอะนะ
- 44:17แต่หมอดูสมัยอันดับนี้ก็อย่างที่บอกว่าไม่ได้คํานวณอะไรมากมายหรอกเค้าสังเกตการณ์ว่า เกิดเดือนไหนอ่ะเดือนนี้เดือนนี้แสดงว่ามันเป็นเดือนของดวงเก่านี้แล้วดวงเจ้านี้ถ้ามันขนานกับดวงนี้
- 44:34คุณ รวยๆเฮงเฮงมีสมัยนู้นอ่ะเค้าเรียกว่า
- 44:43มาจากกะยะ มาไม่รู้ดี เค้าเกิดเลยดีกว่ารอบรู้ดี
- 44:51ทําอะไรอย่างอ่านรอบเนี่ยนี่แหละชี้ชะตากรรมชี้ชะตากรรมจริงถ้าเดินทางแล้วอะนะชีวิตในรุ่งเอ้ยหมอดูบอกว่าอย่าเดินทางโดนฆ่าแน่นอน ก็ไม่ออกนี่ชี้ชะตากรรมเช่นบีเตอร์เปลี่ยนพฤติกรรมพวกเนี้ยกูอ่านนี่ได้มาทําหน้าที่ระดับนึงแล้วเนี่ยในการที่จะปรับความเชื่อของเขานี่ว่าไม่ใช่ดวงดาวนี่ไม่ได้ถูกสร้างเพื่อสิ่งเหล่านี้
- 45:26นอกจากสิ่งที่มันเป็นความจริงและสัจธรรมที่มันชัดเจนไม่ใช่เรื่องลึกลึกแบบนี้ลึกลับถึงขนาดที่ไม่มีใครรู้นอกจากหมอดูแล้วหมอดูเนี่ยคือต้องอยู่ในบ้านรุกรุมอยู่ในป่าอะไรอย่างเงี้ยแล้วคนระดับพวกนายกเนี่ยก็ต้องเดินทางไปให้หมด ขนาดนั้นน่ะ
- 45:47ไม่พวกนายกเนี่ยผู้นําประเทศเนี่ยแสดงว่าชะตากรรมทั้งประเทศอยู่กับพวกนี้ใช่ไหม ความงมงายเนี่ยมันมันจะมันจะยิ่งใหญ่ขนาดไหนนี่ถ้ามนุษย์เนี่ยเพี้ยนเรื่องความเชื่อถึงขนาดที่ท่านนายบีเนี่ยใช้ไม้ดิบรุนแรงมากกับคนที่หลงเชื่อกับพวกหมอดูดูอะไรดูดวงนี่แหละมันน่าจะรอบวันผู้ใดที่ไปหาหมอดู
- 46:17แลมทุกวันเลย แค่ไปหาหมอดูนี่นะเราไม่รับการละหมาด
- 46:2040วันละ อีกบทหนึ่ง มันผู้ใดที่ไปหาหมอดูน่ะพอสักเดอะและเชื่อมันนั่นน่ะน่ะเชื่อมันเพราะเค้าก็พอบินมาของศิลาอะไรวะมันก็ถือว่าปฏิเสธในสิ่งที่ท่านน่ะมีประกาศลงมาถูกประดาลลงมาอย่างท่านไม่มีก็คือคุณอาจคือเดี๋ยวนี้คุณอ่านบอกว่ามาเค้าละก็เมาท์ไปแล้วดวงดาวทั้งหลายที่อยู่ในท้องฟ้าไม่ได้สร้างมันเพื่ออื่นใดนอกจากความจริงและสัจธรรม
- 46:52ที่มันชัดเจนไอ้ที่มันชัดนี่ก็ยังไม่งมงายสินี่คือคุณอ่านที่เอารถมาดันลงมากับท่านน่ะพี่แต่ใครที่ไปหาหมอดูนี่ก็แสดงว่าไม่ยอมรับในในเนื้อหาของอารยะแบบนี้แสดงว่า เปิดหนังสือพิมพ์เปิดวารสาร
- 47:11โบราณแล้วนี่เป็นแอพแล้ว แอปดูดวง ขอดูหน่อย
- 47:19พอดีวันนี้เจ้านายให้เดินทางไปต่างจังหวัดไปทําธุระสักนิดนึงดูหน่อยดูดวงเดินทางดีมั้ยไปได้ไหมแวะเซเว่นมั้ยเติมปุ๊บนี่ขนาดนั้นเลยนะเติมน้ํามันก่อนออกหรือเติมน้ํามันกลางทางขนาดนั้นเลย ถ้าชีวิตลองคิดดูสิถ้าชีวิตของมนุษย์ทุกคนในโลกนี้เนี่ย
- 47:48ไม่มีศูนย์กลางเดียวที่จะกํากับชีวิตของเขาเนี่ยแต่ถูกกํากับด้วยดวงดาวที่นับเป็นล้านเป็นพันล้านเนี่ยพี่น้องลองคิดดูสิ คุณอ้าตําแหน่งของดวงดาวเนี่ยคูณทัศนคติและวิชาของพวกหมอดูเพราะไม่เหมือนกันไปหาหมอดูคนนี้เค้าบอกว่าอย่าไปอีกคนหนึ่งบอกว่าไปเถอะ
- 48:13คุณทัศนะเนี่ยหมายถึงว่าการโคจรโคจรของดวงดาวนี่นะก็ไม่คูณกับทัศนะของแล้วถ้าพวกหมอดูนี่ดูดวงดาวดูจะอาศัยไพ่ด้วยอ่ะโอ้คูณไปอีกซิคูณไปอีกคูณอะไรความงมงายความหลงผิดความไม่ชัดเจน มนุษย์เสียเปรียบขนาดไหนที่ไม่ยอมเชื่อในพระเจ้าเสียเปรียบแล้วก็หลงหลงกับมนุษย์ด้วยกันเองเนี่ยมนุษย์ที่มีความรู้พอพอกันล่ะ
- 48:44แต่ผูกพันชะตากรรมชีวิตของเค้าเนี่ยกับมนุษย์ด้วยกัน กับสิ่งลูกสิ่งที่ถูกสร้างเหมือนกัน
- 48:53นี่ก็เป็นสิ่ง ที่คุณอ่านนี่ได้พูดไว้ในสุรนินายสุรินทร์
- 49:03แล้วได้จําแนกสัญญาณต่างต่างสําหรับหมู่ชนที่มีความรู้ความรู้เรื่องความรู้เรื่องบทบัญญัตินี่แหละองค์การคําสั่งสอนของอิสลาม พอได้รู้แล้วว่าสัญญาณของดวงอาทิตย์ดวงจันทร์นี่อายัดสัญญาณอายัดตรงนี้นี่หมายถึงว่าสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่ออกมาได้ประกาศขึ้นมาเพราะในบันทึกของบุคคลและมุสลิมเนี่ยตอนที่ดวงดวงอาทิตย์เนี่ยเกิดสุริยะประคานี่ท่านนาวีขึ้นมีบอละหมาดแล้วก็ขึ้นมีบัตรเนี่ยคุณบ๊ะของการละหมาดเอฟบอคาร์
- 49:44แล้วบอกว่า แอยะแต่นี่อินเนอร์แชมป์สวรรค์คอมารอยแออัดนี่ดวงอาทิตย์แล้วก็ดวงจันทร์นี่
- 49:55เป็นสัญญาณสองสัญญาณมิตรอาญาตินและเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่อาม่าสร้างไว้ มันจะไม่ถูกและยังกะซิฟ่าอันนี้กูซื้อแล้วกูซุปเนี่ยในภาษาอังกฤษละกันในในคําศัพท์ในส่วนหน้าของท่านน่ะบีเนี่ยก็คือบังแสดงว่ารู้เขารู้กันมาไหนต่อไหนแล้วอ่ะว่าแสงดวงอาทิตย์
- 50:21กับดวงจันทร์เนี่ยพอมันเกิดสุริยราคาเนี่ยฉันจะรูปอาคารนี่มันเกิดจากการบังบังแสงเท่านั้นไม่ได้ไม่ได้เกิดสมัครจนทรุปราคาไม่ได้เกิดเพราะมีคนจะตายคนจะคนคนจะเกิดคนยิ่งใหญ่จะตายคนยิ่งใหญ่จะเกิดเพราะสุริย์ราคาตอนที่เกิดสมัยท่านนายบีเนี่ยเกิดหลังจากที่ลูกชายของท่านนายบีโซโล่เล่มเสียชีวิตคนบางคนก็บอกว่านี่ไงนี่ไง คนสําคัญในสังคมอย่างลูกชายของท่านก็มีคนโปรดของท่านน่ะมีอีบราหิมอะชื่อลูกชายเสียชีวิตสองขวบหรือ
- 50:484 ขวบ ถึงขนาดที่ดวงอาทิตย์ต้องต้องเกิดสุเทพประธานเนี่ยเพราะมีคนสําคัญแบบนี้นี่เสียชีวิตน่ะบีพูดเลย
- 51:09หักล้างความเชื่อดั้งเดิมเลยว่าไม่ใช่สอดคล้องกับเนี่ยที่คุณอ่านได้สอนว่า อ๋อจําเลขและสัญญาณเนี่ยให้รู้ชัดเนี่ยว่าเอาล่ะต้องการอะไรที่จะสร้างสร้างสิ่งเหล่าเน
- 51:24แล้วเราต้องคิดนะครับว่าบรรดาดวงดาวทั้งหลายที่มีในโลกจักรวาลของเราเนี่ยมันใหญ่ขนาดนั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหนและตัวเราเองเนี่ยเล็กขนาดไหนต้องคิดว่าสําหรับเอาเรื่องสภาวะสร้างสิ่งเหล่านี้เนี่ย ที่มันใหญ่กว่าเรานี่เป็นล้านล้านเป็นแสนล้านเท่าเนี่ยเพียงให้เราได้เชื่อในพระเจ้าที่สร้างมันมันคุ้มแล้วเนี่ยสําหรับการสร้างสิ่งเหล่านี้
- 51:58จะได้ตระหนักถึงความสําคัญของมนุษย์นักลงทุน ไม่ถึงอํานาจสร้างสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดเนี่ยเพื่อให้เราได้มีโอกาสสักวันหนึ่งได้มอง
- 52:13ได้มองแล้วก็เห็นความยิ่งใหญ่แล้วก็เกิดความศรัทธาในพระเจ้าที่สร้างสิ่งเหล่านี้มันคุ้มแล้วกับการที่สิ่งเหล่านี้ถูกสร้างมาคุ้มแล้วแต่ถ้าหากว่าสิ่งเหล่านี้มันจะทําให้เราเนี่ยหลงไม่ศรัทธาในพระเจ้าหรือเดชานุภาพของพระเจ้านี่เอามามอบไปให้สิ่งเหล่านี้ที่มันจะกําหนดชะตากรรมชีวิตของเรา แน่นอน
- 52:41คนที่ดูดวงดูดาวหาหมอดูเนี่ยชีวิตของเขาไม่มีอะไรเรียกว่าดูอาอะไรแบบวิงวอนพระเจ้าร้องขอต่อพระเจ้าพอชะตากรรมเค้าเนี่ยเค้าไม่ได้เชื่อว่าอยู่ที่พระเจ้า และแปลกนะพวกนี้เนี่ยแอบอ้างว่าเขาเขาไม่เชื่อนี่พระเจ้า
- 53:06แต่กลับไปเชื่อหมอดูกลับไปเชื่อในวิชาโหราศาสตร์และนี่คือเค้าเรียกว่าอนุว่าที่อาหรับเนี่ยเค้าเอาตําแหน่งของดวงดวงจันทร์เนี่ย มาคํานวณการโคจรของโลกกับดวงอาทิตย์
- 53:28ว่าแต่ละตําแหน่งของดวงจันทร์ที่ใช้หนึ่งวันเนี่ยนะสําหรับดวงอาทิตย์จะได้ 13 วัน
- 53:34แล้วด้วยวิธีนี้ในอาหรับก็เลยรู้ฤดูต่างต่าง เพราะสิ่งแวดล้อมนี่มันสามารถสังเกตการณ์ได้ว่าช่วงหน้าร้อนจะจะเป็นช่วงไหนจากการโคจรของดวงอาทิตย์อันนี้มันชัดดวงจันทร์นี่ไม่3
- 53:40ารถรู้ฤดูจากโคจรของดวงจันทร์ซึ่ง ตําแหน่งเนี่ยที่เราไม่ได้พูดถึง
- 54:02เราได้กําหนด โคจรของมันเนี่ยเราได้กําหนดโคจรและตําแหน่งโคจรของมันเนี่ย
- 54:10โคจรที่อํานาจพูดถึงก็คือการโคจรของดวงจันทร์ ซึ่งตามหลักการศาสนาอิสลามเนี่ยศาสนกิจต่างต่างทั้งสิ้นขึ้นกับการกําหนด
- 54:28เวลาของ การโคจรของดวงจันทร์ก็คือการนับเวลาตามระบบจันทรคติ
- 54:38รมนเข้าเดือดออกเดือนเนี่ยก็สามเดือนเดือนไปประกอบพิธีฮัจญ์ในเดือนสุราษฎร์ก็ต้องจันทร์อคติibdaที่เราได้ผูกมัดไว้กับเวลาเช่นถ้ามีคนบนบานสมมุตินะมีคนนึงเค้าบอกว่าชั้นบนบานจะถือศีลอดหนึ่งเดือนแล้วก็ไม่ได้กําหนดไม่ได้ลงรายละเอียดด้วยเดือนอะไร มกราธันว่า
- 55:06ถ้าไม่ได้กําหนดนะจะต้องใช้จันดคติก็หมายถึงว่าให้ถือศีลอดตามเวลาของจันอคติไม่ใช่เวลาของเสรีสุริยคดีถ้าจะนับตั้งแต่ต้นเดือนถึงปลายเดือนก็จะถือศีลอดตามจนตั้งคดีอาจจะ 29 วันอาจจะ 30 วัน
- 55:25แต่ถ้าคมล่ะมกราคมอะถึง10 โลกี่วัน ใช่มั้ย
- 55:32คือถ้าเป็นด้วยถ้าจําได้คดีเนี่ยมันตายตัวละ 29 หรือ 30วันแต่ในกรณี
- 55:40ที่เราจะถือศีลอดหนึ่งเดือนโดยที่ไม่ได้กําหนดรายละเอียดนะก็ต้องตามหนึ่งเดือนของจันทน์คดีเหมือนกันแต่ตรงนี้เนี่ยถ้าไม่ได้ถือตั้งแต่ต้นเดือนสมมติเราไปถือตั้งแต่วันที่ 15
- 55:54เราจะถือหนึ่งเดือนจะนับยังไงโอละมาส่วนมากบอกว่าให้นับ 30 วันเพราะเป็นเวลาเต็ม 6
- 55:56เดือนจะมากกว่านั้นไม่ได้ 3 4 วันนี่คือมากที่สุดใช่มั้ยมีผลอีกคือเรื่องไอ้บ้านละด้วยถ้าสมมติบอกว่าวันที่
- 55:5715 นี่นะฉันหย่าเธออะไรอะ และในใจในสมองเนี่ยไม่ได้คิด 15
- 56:21เดือนอะไรระบบอะไรส่วนเรียกคดีสํานึกคดี ตอนตัดสินนะว่าอ้าวสมมุตินี่15
- 56:25และนี่ยังจะมาถึงนี่เนี่ยจะวันที่ 15 ของเดือนประเด็นอิสลามวันที่
- 56:2715 ของเดือนสากลตามหลักการศาสนาให้นับตามจันทคตินี่ก็คือตามปฏิทินอิสลาม
- 56:43นี่เอกฉันท์เลยนะซึ่งเรื่องนี้เนี่ยคนส่วนมากเขาไม่ค่อยไม่ค่อยเข้าใจกันว่าความสําคัญของของการนับปฏิรูปที่ต้องอาศัยระบบจึงได้คดีเนี่ยมันจะเกี่ยวพันกับทุกเรื่องในชีวิตที่เกี่ยวกับเวลาเพราะเวลาของของผู้ศรัทธาเนี่ยก็จะต้องผูกพันกับจันทรคติสากลนี่เขาก็มีนะแต่ส่วนมากเนี่ยสากลเนี่ยก็จะใช้ระบบสุริยะคดี เพราะเขาจะเอาสุริยวิถีเนี่ยเป็นเป็นรูปแบบในการสังเกตการโคจรของดวงดาว
- 57:22ซึ่งรูปแบบของสุริยคตินี่ก็จะต้องใช้วิธีคํานวณพอสมควรและเขาได้กําหนดตําแหน่งโคจรเหมือนกันมาหน้าสิ้นเหมือนกันของ สุริยวิถีเนี่ยเขาก็กําหนดตําแหน่งของมันมั้งตําแหน่งตําแหน่งเนี่ยเขาก็เรียกกันจักกะราศีในท้องฟ้านี่ตําแหน่งของ
- 57:47การโคจรของโลกของโลกรอบดวงอาทิตย์ พอกลางคืนแล้วนี่เราจะเห็นไง
- 57:57ว่าช่วงโคจรของโลกกับดวงอาทิตย์เนี่ยแต่ละช่วงเนี่ย เราจะเห็นอะไรในท้องฝ่าซึ่งนักดาราศาสตร์ไหนแต่ไหนแล้วเนี่ยเค้าก็กําหนด
- 58:09ว่าจากราศีนี้มันมีทั้งหมดเนี่ย 12
- 58:13ตําแหน่งตามสรรพสัตว์ทั้งหลายที่เค้าได้กําหนดไว้อันนี้เนี่ยไม่ได้หมายถึงในคุรุการเนี่ยที่อํานาจได้พูดถึงเรื่องตําแหน่งโคจรเนี่ยในอายะเนี่ยเราก็มารู้ว่า ทรงกําหนดให้มันมีทั้งโคจรตรงนี้เนี่ยไม่ได้หมายถึงว่าดวงอาทิตย์นะดวงจันทร์อย่างเดียวเพราะอย่างที่บอกว่า
- 58:41ถ้าหมายรวมว่าการโคจรของดวงอาทิตย์ด้วยโคจรของดวงอาทิตย์เนี่ยค่อนข้างละเอียด เพราะมันไม่แน่นอนมันขาดบ้างไม่ขัดบ้างจึงต้องเติมด้วย
- 58:58แต่ของดวงจันทร์เนี่ยไม่ไม่ต้องไม่ต้องปรับนอกจากวิธี นับทีก็เรียกกันดิถีก็คือนับวันของระบบจันทคติถ้าเป็นดิถีระบบ
- 59:16ระบบไทยเนี่ยของไทยเนี่ยของราชการของหลวงอะนะเค้าจะใช้คํานวณ เค้าจะใช้คํานวณวันละเดือน
- 59:30จะได้ตัดส่วนที่มันต่างกันของของการขาดของการโคจรเพราะดวงดวงจันทร์นี่มันไม่ใช่30 เป๊ะไม่ใช่29 เป๊ะเหมือน29
- 59:31กว่านิดนิดซึ่งถ้าจะใช้ตัวเลขนะก็ต้องคํานวณเพราะฉะนั้นการนับเดือนของปฏิทินไทยที่ใช้ระบบชนะคติเนี่ย ทุกกี่ปีเนี่ยเค้าจะเค้าจะเติมหนึ่งเดือนปีนึงจะมี
- 59:5613 เดือนไม่ใช่12เดือน ทําไมอะพอเค้าพอเค้าใช้คํานวณวันเวลาตาม
- 1:00:08ตามเวลาล่ะแต่มันมีอีกระบบหนึ่งของรัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 4
- 1:00:11เนี่ยเค้าใช้คํานวณที่อาศัยการดู แสงของดวงจันทร์เค้าบอกว่าอันนี้มันชั่วชัวร์แน่นอน
- 1:00:26แล้ววิธีคํานวณของเค้าเนี่ยที่คํานวณเนี่ยปรากฏว่ามันตรงกับผลที่คํานวณเนี่ยตรงกับที่สากลดาราศาสตร์เนี่ยได้คํานวณไว้เวลาของหนึ่งเดือน ซึ่งระบบการคํานวณของโคจรของดวงจันทร์เนี่ยของรัชกาลที่
- 1:00:394 เนี่ย เค้าเรียกอะไรนะ ปักปัก จะใช้เฉพาะพุทธศาสนานิกายธรรมยุต
- 1:01:00นิกายมหายานเนี่ยไม่ใช่นี่ใช้ระบบหลวงซึ่งมันจะต่างกันนิดนึงต่างกันว่าของรัชกาลที่ 4 ใน 12
- 1:01:02เดือนเสมอแต่ของหลวงนี่จะมีบางปีเนี่ยเป็น 13
- 1:01:03เดือนเพราะฉะนั้นระบบนับเดือนจันทร์อคติระหว่างสองนิกายพุทธในบ้านเราอะนะหมายมหานิกายแล้วก็แล้วก็ธรรมยุตอะนะ เค้าก็มีกินแล้วกันนะเค้าก็มีความขัดแย้งกันเพราะฉะนั้นเวลาเค้าเห็นมุสลิมเนี่ยเออเค้าอวดออกบวชไม่เหมือนกันน่ะ
- 1:01:39สังเกตมะว่าพี่น้องชาวพุทธเนี่ยเค้าไม่แปลกใจทําไมอะเพราะไอ้ความไอ้ความแตกต่างที่เค้ามีอยู่แต่ปรากฏว่าไอ้พวกเรานี่แหละที่ไม่อยากจะเห็นความขัดแย้งในเรื่องนี้ซึ่งมันเป็นไปได้มันอาศัยการมองเห็นและมองเห็นเนี่ยถ้าอาจจะถ้าคนนี้ไม่เห็นคนนี้ไม่เห็นนี่ก็มีโอกาสที่จะต่างกันได้คือเรื่องนี้เนี่ยถ้าทางศาสนาพุทธนี่เค้าเค้าเค้าเก็ตเลยนะทําไมอะเพราะสองนิกาใหญ่เนี่ยเค้าก็รู้ว่าเออเรื่องนับแขนแค่คํา ดวงจันทร์นี่ยังไม่เหมือนกันแหละ
- 1:02:13แล้วไม่เหมือนกันไม่ใช่ไม่ใช่วันวันสองวันเดือนนึงอ่ะนี่กายที่ 13
- 1:02:13เดือนนี่กายนี่12เดือนน่ะบางปีเนี่ยจะเป็นแบบนั้นลองคิดดูสิมันไม่มันไม่ใช่มันปัญหาปัญหาใหญ่ แต่สําหรับส่วนหน้าที่ได้มากํากับวิธีคํานวณ
- 1:02:32เดือนให้อาศัยการมองเห็นและกําชับด้วยจะได้เข้าใจว่าเทียมแล้วบอกว่าลินดาและหมาดๆสีนี้เพื่อพวกท่านจะได้รู้จํานวนปีและการคํานวณคํานวณตรงนี้เนี่ยไม่ใช่หมายถึงคํานวณตัวเลขอะนะไม่ใช่คํานวณมันก็คือนับนับแบบง่ายง่าย ทําไมอ่ะทําไมต้องตีความแบบนี้ล่ะเพราะถ้าหากว่าคํานวณนี่หมายถึงเหมือนดาราศาสตร์คณิตศาสตร์อะไรพวกนี้อะนะแสดงว่าอัลโล่นี่เท่ากับบังคับผู้ศรัทธาทั้งหมดเนี่ยต้องศึกษาคณิตศาสตร์ต้องศึกษาดาราศาสตร์มันจะได้คํานวณไงถ้าไม่รู้วิชาเลขคณิตศาสตร์นี่คํานวณไม่ได้
- 1:03:17แต่ท่านนาบีพูดยังไงเนี่ยบันทึกของบุคคลอินน่ะอุ้มมาทุนอุ้มมี่อะทุนแท้จริงเราเป็นประชาชาติที่ไม่ดีอาศัยเร่งคํานวณแล้วตั้งขบวนไม่อาศัยเรื่องการบันทึกแล้วก็การคํานวณนี่อาเชื้อโรคกันนะเดือนของเรานี่เดือนนึง 29 อีกเดือนนึงก็ 30
- 1:03:45หมายถึงว่าง่ายง่ายสําหรับมนุษย์ทุกคนในโลกใบนี้เนี่ยสามารถที่จะคํานวณ เดือนแล้วก็ปีได้ทีนี้
- 1:03:51ผลที่เราได้มาจากระยะนี้นี่ ต่อชีวิตของพวกเราทุกคนนั่นแหละ
- 1:03:57ไม่ได้ให้เราได้เห็นความยิ่งใหญ่และความละเอียดของดวงดาวเนี่ย เพื่อให้ดวงดาวนี่มันกําหนดชะตากรรมของเรา
- 1:04:10แต่ความละเอียดความยิ่งใหญ่ของดวงดาวนี่รอให้มันเป็นสัญญาณเป็นอาย จะได้สัมผัสและตระหนักในความยิ่งใหญ่ของเราสุภาพบุรุษ
- 1:04:25ซึ่งเป็นเรื่องสําคัญมากสําหรับพวกเราทุกคนที่จะต้องมีข้อผูกพันกับสิ่งเหล่านี้เป็นไปไม่ได้นะที่เอามาจะสร้างดวงจันทร์แล้วก็ดวงอาทิตย์แล้วเราจะไม่ให้สองสิ่งเหล่านี้เนี่ย ทุกหัวใจของเราที่จะไปเชื่อมั่นศรัทธาในความยิ่งใหญ่ของผู้สร้าง
- 1:04:52ถึงบอกกับพี่น้องว่ะมันเป็นไอ้บาดาที่ถูกถ่ายทอดมาตั้งแต่สมัยท่านน่ะมีรอยยิ้มและบันดาลนาบีเลาซูนทั้งหลายนี่บรรดาศาสนาทูตทั้งหลายเนี่ยเค้าปฏิบัติไอ้บรรดานี้อย่างสม่ําเสมอ แล้วในคุณอ่านเนี่ยก็ได้พูดถึงเรื่องนี้มากมาย
- 1:05:13แล้วก็ดูระยะถัดมานี่ก็จะพูดถึงเรื่องดวงจะพูดถึงเรื่องกลางวันและก็กลางคืนซึ่งกลางวันและกลางคืนก็คือผลลัพธ์ของการโคจรของการหมุนของโลกนี้ที่จะให้เกิดกลางวันและกลางคืนและผลที่มันจะต้องตามมาจากการสับเปลี่ยนของกลางวันและก็กลางคืนต่อชีวิตของเรา ทั้งหมดเนี่ยมันจะไม่เกิดขึ้นถ้าหากว่าสายตาของผู้ศรัทธาเนี่ยบอด
- 1:05:45ไม่มีโอกาสหรือความ3ารถที่จะสังเกตการณ์สิ่งเดียวเราสร้างไว้ในท้องฟ้า ท้องฟ้าอันกว้างขวางอันไพศาลที่เราสร้างให้เรา
- 1:06:01ไม่มีใครถือโฉนดน่ะท้องฟ้า ไม่มีใครจะ5มเราอะนะคนส่วนมากอะนะที่มีมีดวงตาที่3ารถมองเห็นได้เนี่ย
- 1:06:11ก็3ารถใช้สิทธิ์นี้ได้ ดูสิ่งยิ่งใหญ่ที่เราเล่าได้สร้างไว้
- 1:06:19และเพิ่มพูนอีหมัดของเราซึ่งอย่างที่บอกว่านี่เป็นสิ่งที่ท่านนายบีได้ทําก่อนที่จะรับไว้อยู่ และเป็นสิ่งที่ผู้รู้นี่
- 1:06:33ก็เลยเล่าประสบการณ์เช่นเดียวกัน ถ้าช่วงที่เรารู้สึกอีหม่านอ่อนแอ
- 1:06:45ช่วงที่เรารู้สึกว่าเออมัน ทางมันดันมองไปยังฝากว่า
- 1:06:53การมองไปยังท้องฟ้าเนี่ยมันมีประโยชน์หลายอย่าง อย่างแรกเนี่ยแค่เห็นความยิ่งใหญ่ของรัฐสภานวดนะในท้องฟ้าที่เอานะสร้างไว้
- 1:07:06ซึ่งอย่างที่บอกว่าอาญานี้เนี่ย 3 อายะเนี่ยที่เอารถจะพูดถึงความยิ่งใหญ่ของอมรเนี่ยเพื่อปลอบใจท่านเนบิซอนหรือเค้าปฏิเสธคุณอ่านปฏิเสธเจ้าเนี่ยเจ้าเจ้าไม่ต้องเสียใจมากหรอกเพราะพระเจ้าที่อยู่กับท่านเนี่ยยิ่งใหญ่ขนาดไหนเป็นพระเจ้าที่สร้างทรงสร้างชั้นฟ้าและแผ่นดินทั้งหลายเนี่ยพวกเรานี่บางทีเนี่ย
- 1:07:33ไปเสียใจเพราะตังค์หายไปนิดเดียวโอกาสพลาดพลาดไปนิดเดียว ขณะที่ร้องอกร้องไห้แต่พอเห็นว่าเอ้ย
- 1:07:47ในสรรพสิ่งที่อาม่าสร้างกันนะมันมีอะไรยิ่งใหญ่กว่าที่เรากําลังเสียใจกับมัน ทะเลาะกับญาติพี่น้องกับ
- 1:07:59กับคนใกล้ตัวเรื่องที่ดินเรื่องทรัพย์สิน นี่มันโกงฉันน่ะเท่าไหร่
- 1:08:04หนึ่งตารางวาดูดิดูทองภาน ดูดิ ดูดิสิ่งที่เอามาสร้างไว้นี่มันไพศาลขนาดไหน
- 1:08:17แต่เราไปกระจุกอยู่กับเรื่องเดียวที่แล้วที่เราถือกรรมสิทธิ์ไม่บริบูรณ์นักทีเรากําลังแย่งทรัพย์กันเนี่ยที่เราทะเลาะกันเรื่องทรัพย์สินเนี่ยก็เราก็ไม่ได้ถือกรรมสิทธิ์อย่างสมบูรณ์รองนะครับ มองไปยังท้องฟ้าพอเห็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่
- 1:08:37แน่นอนครับผมไม่พลาดนะครับถ้าเราได้เห็นสิ่งที่อย่างที่อเมซอนเราจะได้ถึงจุดความยิ่งใหญ่ ที่เราต้องการที่เราเพิ่งรู้เกี่ยวกับรัฐสภาเรายิ่งใหญ่ขนาดไหนเนี่ยแล้วถ้าเราตระหนักในความยิ่งใหญ่ของโน้นนี่นะการขอดูของเราการที่เราจะได้กําลังใจการที่เราจะถูกปลอบใจในความทุกข์ในความเครียดที่เรามีอยู่ในหัวมันเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมจริงๆก็จริงไม่ได้พูดเล่นนะ
- 1:09:12การมองไปยังท้องฟ้าเนี่ยมันช่วยคลายเครียดช่วยให้กําลังใจช่วยเพิ่มอีหม่าน ช่วยให้โล่งอกโล่งใจปกติเค้าไม่พูดกันอะนะผู้รู้ก็ไม่พูดกันน่ะถ้าไม่เชื่อแกอย่าลบหลู่ก็ไม่พูดกันนะ
- 1:09:36ฟ้าแกเห็นกันทุกวันน่ะไม่เห็นแกเลย แต่เค้าไม่พูดกันนะเอ้ยไม่ไม่เชื่อกะรุ่นเลยเค้ามุสลิมพูดไม่ได้นะมุสลิมมุสลิมต้องเชื่อ
- 1:09:46โดยเฉพาะถ้าสิ่งที่เราเชื่อเนี่ยมันมีมันมีตัวบทที่ชี้นําที่ชี้แนะอยู่ จงมองที่มาลากูดในมหาอํานาจของพระเจ้า
- 1:10:12และสิ่งที่ไม่ได้สร้างให้เราได้มองสั่งให้เราได้พินิจพิจารณา นี่เป็นสิ่งที่เราจะต้องไปลงทุนอะไรมากมายเครียดอะไรไหม
- 1:10:27ตัวหนังสือ อ่านหนังสือไม่รู้เรื่องจะสอบก็ไม่
- 1:10:33มองอย่างฟาดฟ้าแล้วเกิดสิกรุ๊ป โกรธใครอยู่มั้ยกําลังมนต์กับใครอยู่ป้ะกําลังมีปัญหากับกับเพื่อนกับพ่อแม่กับลูกลูกก็ได้มั้ง
- 1:10:48มองไปยังฟากฟ้าหลวงอกลวงใจ ครับฝากไว้เพียงแค่นี้นะครับส่วนรวมร้องขออะไรเดี๋ยวนี้
- 1:10:56มีคําถามมั้ยมีท่านั่งที่ท่านนาบี 5
- 1:11:02มั้ยก็มีท่ามีท่านั่งที่เอามือแบบพิงด่านซ้ายอย่างเงี้ย แต่เรื่องนี้เนี่ยมัน
- 1:11:13ไม่มีใครนั่งกันอยู่ขึ้นตัวอย่างใช่มั้ยเออนี่ไงเหมือนที่บางปะก็นั่งเงี้ยแต่ถ้าเนี่ยท่าเนี้ยท่านี้นะเอาเอาเอามือข้างซ้ายเนี่ยมาพิงแต่ต้องฝ่ามือนี่มันต้องพิงด้านหลังด้านหลังหลังก้นเลยนะซึ่งท่านี้เนี่ยมีแรงงานหนึ่งว่าที่ท่านนาบี 5 มเนี่ยหมายถึงวันนี้ละหมาด
- 1:11:40และมีอีกสํานวนนึงไม่ได้พูดถึงว่าในละหมาด ฉะนั้นมันก็ไม่มีความชัดเจนว่าตกลงข้อ5
- 1:11:45มนี้ในละหมาดหรือนอกละหมาดซึ่งถ้าในละหมาดนี่มันชัดเจนอยู่แล้วนั่งท่านี้ในละหมาดเนี่ยมันเป็นท่านั่งที่มันขัดกับโครงสร้างของการละหมาดอยู่แล้วแต่ถ้านอกละหมาดเนี่ยเหตุผลเนี่ยที่จะนั่งเนี่ยบางรายงานบอกว่าเป็นท่านั่ง ของผู้ที่ถูกกริ้ว
- 1:12:15ซึ่งเวลาก็มีความขัดแย้งกันว่าท่านั่งนี่ก็คือหมายถึงว่าไม่เลียนแบบผู้ที่ถูกกริลก็คือยานู้ดอ่ะนะเหยื่อ แต่มันไม่พบหลักฐานอะตอนเนี้ยคือตอนนั้นอาจจะใช่สมัยท่านระเบียบอาจจะใช่
- 1:12:36แล้วเรายังไม่แน่ชัดด้วยนะว่าตอนนั้นน่ะท่านมีหมายถึงว่าในละหมาดนอกละหมาก แต่ถ้าในเวลาอื่นเน
- 1:12:46ี่ยการกระทําของของยาฮู๊ดหรือคนไม่ดีเนี่ยและศาสนา 5
- 1:12:47มไม่ให้เราเลียนแบบเขาเนี่ยถ้าเขาไม่ได้ทําแล้วมันก็ไม่ได้เป็นข้อ 5 ม
- 1:12:58เพราะการเลียนแบบนี้มันก็ขึ้นอยู่กับว่ามันเป็นการกระทําของเขาถ้ามันไม่ได้เป็นการกระทําของเค้าก็ไม่ก็จะไม่มีข้อเท็จซึ่งทัศนะที่มีน้ําหนักมากกว่าวะไอ้ท่าเนี้ยมันไม่มีมันไม่มีอะไรที่มันไม่มีเหตุผลที่จะเป็นข้อ 5
- 1:13:21มนอกจากว่าจะเป็นเหตุผลที่อลมาเค้าบางท่านน่ะบางศาสนาที่บอก มันมันเป็นเหตุผลให้เชื่อฟังอย่างเดียวหมายถึงว่าไม่ต้องรู้เคล็ดลับของของข้อ
- 1:13:255 มก็ได้ ครับถ้าเป็นเช่นนั้นก็ก็จะทําก็ได้ไม่ทําก็ได้เพราะมันจะไม่เป็นเรื่องที่กําชับถึงขนาดที่ถ้าไม่ทําแล้วจะเป็นบาปเหมือนอันเนี้ยผมว่าไม่ให้ไม่ให้นั่งท่านี้ใช่ป่ะอ่าวมีฮอดจ์อีกบทนึงท่านนาบี
- 1:13:355 มไม่ให้สวมรองเท้าท่ายืน การจะสวมรองเท้าเนี่ยต้องนั่ง
- 1:14:00คนละมาได้บอกกษัตริย์มาส่วนมากนะก็บอกว่าข้อ5 มนี้เนี่ยเค้าบอกว่า
- 1:14:07มันไม่ได้เป็นเหตุผลด้านศาสนามันเหตุผลด้านโลกทําไมอะเพราะแต่ก่อนนู้นน่ะรองเท้าที่รองเท้าที่เค้าใส่นี่ก็คือคุกเนี่ยก็คือเหมือนรองเท้าบูทอะนะ รองเท้าบูทเนี่ยรองเท้าทั่วไปยังไงที่มันหุ้มส้มเนี่ยถ้ายืนสวมยืนเนี่ยนะมันมันอาจจะล่มแต่พี่ก็บอกว่านั่งนั่งให้เรียบร้อยแล้วก็สวมรองเท้าจะได้เรียบร้อยมันก็เป็นอิทธิชาตินี่มันเป็นเรื่องด้านโลก
- 1:14:36แต่โลกมันไม่เกี่ยวกับไม่เกี่ยวศาสนา ถึงจะต้องเข้าใจนะว่าไม่ใช่ทุกข้อ
- 1:14:425 มในอิสลามเนี่ยหมายถึงว่าบาปเสมอไปก็ต้องดูด้วยเหตุผลของข้อหามันเป็นอะไร
- 1:14:52ซึ่งมีวันละมาท่านหนึ่งได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะเลยเหตุผลของข้อ 5
- 1:14:52มต่างต่างในอิสลามเนี่ยมีเหตุผลเขาบอกว่าเกือบ 10 เหตุ 11 11
- 1:14:54ผลในนั้นก็คือบาปเป็นสิ่งที่ฮอรอมเพราะมันเป็นข้อ 5 มด้านศาสนาไอ้เช่น 5
- 1:14:55มกินเหล้าอย่างนี้เป็นต้น เป่าในอาหารและเครื่องดื่มร้อนมีข้อ
- 1:15:135 มไหมเคยได้ยินเคยได้ยินไหมและเคยถูก
- 1:15:145 มใช่ไหมเปล่าหรือฉาบอย่าเป่างนะพี่
- 1:15:155มไม่ให้เป่า ทัศนาที่ถูกต้องนะ 5 มเป่านี่เพราะแต่ก่อนนู้นน่ะเค้าไม่ฟุ่มเฟือยเหมือนเราในห้องครัวนี่เค้าไม่ได้มีจาน12
- 1:15:26ใบถ้วย12ใบช้อน20 ก็ก่อนนู้นน่ะถ้วยใบเดียวจารย์ก็ใบเดียวเออถ้วยจะกินน้ําเนี่ยสมมติว่าจะรินน้ําจะกินกะถ้วยเดียวนี่แหละแล้วก็กินกันหลายคนน่ะสมมุติว่า
- 1:15:51รินน้ําร้อนหรือซบอย่างเงี้ยเค้าก็จะกินกันในทั่วเดียวกินกันในจานเดียวทีนี้ผมมากินกันในจานเดียวนี่ไอ้ก็ร้อน แล้วคนอื่นเนี่ยเค้าก็ร้อนจะกินด้วย
- 1:16:06พร้อมกับสิ่งที่มันอาจจะปนเปื้อนไปด้วยไง อะไรอะน้ํามูกบ้างน้ําไหลบ้างอะไรบ้าง
- 1:16:16ก็รอให้มันเย็นเพราะเราจะกินร่วมกันใช่มั้ยแต่เดี๋ยวนี้ล่ะอะตัดส้มเนี่ยเป็นชานของตัวเองข้าวก็ของตัวเองแล้วก็ถ้วยของตัวเองร้อนแล้วก็รถไฟฟ้าจะมาแล้ว เมย์เปาร้อยเปาอีก 15 นาที
- 1:16:36เค้าไปแล้วไม่แต่ศูนย์เราจะเป่าเป็นถ้วยของเราเองได้ อ้าวแล้วจะน้ําลายออกเกิดน้ําลายของเรา
- 1:16:45อันนี้มันเป็นเหตุผลด้านโลกจึงจะเข้าใจได้ว่าหลักการศาสนาเค้ามีอะไรบางอย่างเนี่ยมันมีเหตุผลนะในช่วงของมันมีเหตุผลmaizeมากเลยอะแต่เราต้องเราต้องเข้าใจแต่ก่อนนู้นน่ะทําไมนะพี่วู้ดไม่อยากให้ดื่มจากแต่ก่อนนู้นน่ะเค้าก็ไม่มีพวกถ้วยพวกอะไรที่จะบรรจุเครื่องดื่มนะส่วนมากก็จะบินพวกหนังใช่มั้ย หนังวัวหนังแพะหนังอูฐอะไรพวกเนี้ยที่เค้าจะใส่น้ําใช่มั้ยแล้วก็หนังนี่มันก็จะมีปากถุงอะถุงน้ําอะนะ
- 1:17:22นาเบียร์ 5 มดื่มน้ําจากปากถุงน้ําทําไมอะเพราะถ้ากรนนู้นน่ะไม่ไม่ไม่ได้มีทุกคนมีถุงน้ําของตัวเองมันจะเป็นถุงน้ําเดียวใหญ่ก็กินกันในบ้านนั้นมันกินหมดเลยแถมทุกคนเนี่ยก็มาอมปากงี้แล้วก็น้าบีก็เลย
- 1:17:235มก็มีอยากกินจากปากถุงน้ําเพราะกินในกระดุมหรือจรินทร์ใส่ถ้วย จะได้แล้วเวลากินถ้วยกันเนี่ยนาบีก็บอกว่าเออก็ดูมารยาทด้วยนะว่ากินก็อย่ากินในจุดเดียวมีคนดื่มเนี่ยก็พยายามดื่มจากจุดอื่นก็ได้ยกเว้นแต่
- 1:18:013 ีภรรยาเนี่ยน่ะบีน่ะบีดื่มจากจุดที่ถ้าอย่างเงี้ยไอ้ชานายดื่ม
- 1:18:06เค้าเรียกอะไรเออนั่นแหละกําลังหาคําเนี้ย มีการประคองตนอยู่ในเจตนาดียกตัวอย่างเช่นการที่เราเริ่มทําสิ่งที่ดีอย่างหนึ่งด้วยกับเจตนาที่ดีเมื่อเราทําไปเป็นประจําประจําแล้วเจตนาของเราเนี่ยได้มีการเปลี่ยนแปลงอิเล็กเล็กน้อย
- 1:18:28รู้ตัวมั้ยรู้ตัวว่า 7 รู้ตัวอีกครั้งคือมันมันนอกลู่นอกทาง
- 1:18:33คือถ้ารู้ตัวเนี่ยก็แสดงว่ายังก็ยังมีความสํานึกที่ดีแล้วก็ยังยังประคองตัวเองได้ แต่ไอ้ที่แบบว่าทําทําจนเสียเจตนาเสียเนียบแล้วก็ไม่รู้ตัวเนี่ยอันนี้อันนี้ฮับลิสคิดส์เป็น
- 1:18:50สถานการณ์ที่ค่อนข้างแรงก็ต้องมาฟื้นฟูสภาพจิตใจอีกทีนึงก็หมายถึงว่าคนที่บอกว่าทําโอ้อวด จนเป็นนิตสินแล้วไม่รู้ตัวว่าตัวเองกําลังโอ้อวดอันนั้นมันต้องต้องมาฟื้นฟูหนักแต่ถ้ารู้ตัวเฮ้ยทั้งกําลังระยะอยู่กําลังโอ้อวดอยู่ปั้บซึ่งการปรับเจตนาเนี่ยไม่ใช่เรื่องยาก
- 1:19:14ไม่ต้องมาตั้งมานั่งสมาธิเป็นชั่วโมงควรจะไม่ใช่การปรับเหนียบเนี่ยเฮ้ยเราละมาดเพื่อออกมานะแค่นี้ก็จบแค่นี้ก็ง่ายนิดเดียว ถ้าเรารู้ตัวก็ปัดเนี่ยให้ให้มีclouseให้มีความบริสุทธิ์ใจแล้วมั้งก็จบแค่นั้นการที่จะปรับให้มัน
- 1:19:35Innovayเนี่ยกําลังเดินกับลูกศิษย์กําลังเดินจะไปเมสิทธิ์เขาก็บอกว่านี่มีคนนึงที่รู้จักเนี่ยเขาไม่สบายไปเยี่ยมเขาหน่อยสมัยก็บอกว่าแป๊บนึงแป๊บนึงแป๊บนึงรู้สึกก็ถามว่าทําอะไรบอกว่า ปรับเนี่ยเพราะเนี่ยเค้าเนี่ยจะจะเดินเป็นมัสยิดจะได้เดินไปเยี่ยมคนป่วยนี่ก็ปรับจะได้ลินล่าหน่อยก็ปรับนึงนิดนึงทําสมาธินิดนึงนาทีนึงอะก็ได้แล้วไม่มีไม่ใช่ปัญหาใหญ่ในเรื่องหมาดอาจจะเกิดขึ้นเรื่องโอ้อวดในเล่มมาร์ทการทํา
- 1:20:11การปรับเนี่ยแป๊บนึงให้เป็นของโลตนี่ก็ไม่ใช่เรื่องยากนะแป๊บนึงก็ทําได้ถ้ารู้ตัวเนี่ยถึงผมก็ทําเรื่องสําคัญเนี่ยถ้ารู้ตัวแต่ถ้าไม่รู้ตัวจะแบบยังไงอะนี่นะครับผอเรามีนามว่ามาดีกว่าแล้วเร็วสอบเรียกว่า